วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 25, 2026
หน้าแรกการเมืองเต้-หน่อง กรุงเทพบินได้” ลุยหาเสียง รร.วัดสุทธิวราราม นักเรียนแห่ถ่ายรูปคึกคัก โชว์วิดพื้นสร้างสีสัน ชูนโยบายแอปฯ ส่งอาหารคนไทยค่าคอมฯ 5% พร้อมเปิดปมทุจริตสอบท้องถิ่น จี้มหาดไทยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

เต้-หน่อง กรุงเทพบินได้” ลุยหาเสียง รร.วัดสุทธิวราราม นักเรียนแห่ถ่ายรูปคึกคัก โชว์วิดพื้นสร้างสีสัน ชูนโยบายแอปฯ ส่งอาหารคนไทยค่าคอมฯ 5% พร้อมเปิดปมทุจริตสอบท้องถิ่น จี้มหาดไทยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

 

กรุงเทพฯ – บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ “เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และ “หน่อง” ภาสพงศ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและนักเรียนที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม เขตสาทร โดยได้รับความสนใจจากนักเรียนและประชาชนจำนวนมาก ต่างเข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมร่วมทำคอนเทนต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกิจกรรมวิดพื้นแข่งขันสร้างสีสันและเสียงเชียร์ตลอดการลงพื้นที่

 

นายภาสพงศ์ กล่าวว่า ก่อนเดินทางมายังโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ตนและคณะได้เดินทางไปพบปะนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เนื่องจากเป็นช่วงเปิดภาคเรียนฤดูร้อน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ก่อนจะลงพื้นที่พบประชาชนในช่วงบ่าย

 

ทั้งนี้ กลุ่มกรุงเทพบินได้มีประเด็นสำคัญที่ต้องการนำเสนอแก่ประชาชน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นกรณีแอปพลิเคชันส่งอาหารจากประเทศจีนที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ขับขี่ส่งอาหาร โดยจากการสอบถามไรเดอร์หลายรายพบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวมีการมอบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ค่อนข้างดี ทั้งการจ่ายผลตอบแทนรายเดือนและการดูแลด้านประกันสังคม

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มกรุงเทพบินได้มีแนวคิดพัฒนาแพลตฟอร์มของคนไทยภายใต้ชื่อ “Temp” ซึ่งจะเป็นแอปพลิเคชันให้บริการในลักษณะเดียวกับแพลตฟอร์มเรียกรถและส่งอาหารทั่วไป แต่มีจุดเด่นสำคัญคือการจัดเก็บค่าคอมมิชชันเพียง 5% เท่านั้น

 

นายภาสพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการและไรเดอร์จำนวนมากต้องแบกรับต้นทุนจากค่าคอมมิชชันในอัตราสูง ส่งผลให้รายได้สุทธิลดลง หากสามารถลดค่าคอมมิชชันเหลือเพียง 5% จะทำให้ผู้ให้บริการมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้บริโภคยังคงได้รับบริการในราคาเดิม ไม่ต้องจ่ายแพงขึ้นแต่อย่างใด

 

“เราต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้บริโภคจ่ายเท่าเดิม แต่คนทำงานมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการรายย่อยก็มีโอกาสแข่งขันได้มากขึ้น” นายภาสพงศ์ กล่าว

 

ขณะที่ประเด็นที่สอง คือกรณีปัญหาการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอยู่ในขณะนี้

 

ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนติดตามตรวจสอบปัญหาการทุจริตในการสอบท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยพบว่าที่ผ่านมาเคยมีการร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการสอบหลายรูปแบบ ทั้งการส่งบุคคลเข้าสอบแทน การซื้อขายข้อสอบ การรั่วไหลของข้อสอบจากโรงพิมพ์ รวมถึงขบวนการจัดหาผู้เข้าสอบแทนในบางตำแหน่ง

 

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ในอดีตมีการพัฒนารูปแบบการทุจริตจากการใช้บุคคลเข้าสอบแทน ไปสู่การซื้อขายข้อสอบและเฉลยข้อสอบล่วงหน้า ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบคุณธรรมในการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐเป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ ตนยังเคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหลายหน่วยงาน อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเสนอแนวทางป้องกันการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การตรวจข้อสอบและประกาศผลคะแนนในสนามสอบทันทีหลังสอบเสร็จ เพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนหรือแก้ไขกระดาษคำตอบภายหลัง ซึ่งจะช่วยสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

 

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าววิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการปัญหาดังกล่าวของกระทรวงมหาดไทย โดยเห็นว่าการประกาศยกเลิกการสอบเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบและมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าสอบและประชาชน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของกลุ่มกรุงเทพบินได้ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนและเยาวชนเป็นอย่างดี โดยตลอดกิจกรรมมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ และนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเมืองควบคู่กันไป ท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงที่เป็นกันเองและคึกคักในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

Ad 1
Ad 2