“ดร.ณัฐวุฒิ” นักกฎหมายมหาชน ชี้ “กล้าธรรม” ถอนตัวฝ่ายค้านทำได้ตามกฎหมาย มองเพิ่มเสียงหนุนรัฐบาล เสริมเสถียรภาพการเมือง-เศรษฐกิจ
วันที่ 22 ก.ย. 2569 จากกรณีพรรคกล้าธรรมถอนตัวจากวิปฝ่ายค้าน และมีท่าทีสนับสนุนการทำงานของฝ่ายรัฐบาล ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองถึงสถานะและแนวทางการทำงานของพรรคดังกล่าวนั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน และประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP และบริษัทในกลุ่ม AG ให้ความเห็นว่า การที่พรรคการเมืองซึ่งเดิมอยู่ฝ่ายฝ่ายค้านจะถอนตัวจากการทำงานร่วมกับฝ่ายค้าน และหันมาสนับสนุนรัฐบาลนั้น ในมุมมองของตนไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม และสามารถดำเนินการได้ โดยมองว่าการมีเสียงสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นอาจช่วยเสริมเสถียรภาพในการบริหารประเทศ
ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า การถอนตัวของพรรคกล้าธรรมจะทำให้จำนวนเสียงของฝ่ายค้านลดลง และอาจส่งผลต่อการรวบรวมเสียงสนับสนุนทางการเมือง โดยเฉพาะในกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของพรรคการเมืองฝ่ายค้านและประเด็นต่าง ๆ ที่ตนเห็นว่าควรมีการตรวจสอบเช่นกัน
นอกจากนี้ ดร.ณัฐวุฒิยังกล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และบุคคลทางการเมืองหลายราย โดยระบุว่าจะดำเนินการตามช่องทางกฎหมายต่อกรณีที่ตนเห็นว่ามีปัญหา รวมถึงกล่าวถึงการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและการดำเนินการดังกล่าวเป็นจุดยืนและความเห็นของ ดร.ณัฐวุฒิ ซึ่งผู้ถูกกล่าวถึงยังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ
ดร.ณัฐวุฒิยังมองในฐานะนักลงทุนว่า เสถียรภาพทางการเมืองมีความเกี่ยวข้องกับบรรยากาศการลงทุน โดยเห็นว่าการเพิ่มเสถียรภาพของรัฐบาลจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจ พร้อมระบุว่าบริษัทของตนมีแผนเปิดรับพนักงานประจำประมาณ 50,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ และต้องการเห็นการลงทุนที่ช่วยสร้างรายได้และการจ้างงานให้ประชาชน
สำหรับสถานะของพรรคกล้าธรรมหลังถอนตัวจากฝ่ายฝ่ายค้าน ดร.ณัฐวุฒิเรียกว่าเป็นลักษณะ “ฝ่ายค้านอิสระ” โดยให้เหตุผลว่าไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามพรรคการเมืองทำหน้าที่ในลักษณะดังกล่าว พร้อมระบุว่าการสนับสนุนรัฐบาลไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเข้าร่วมรัฐบาลโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสถานะทางการเมืองของพรรคกล้าธรรม ตลอดจนการจัดวางตัวระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาจากข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญ และการดำเนินการของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.ณัฐวุฒิในครั้งนี้เป็นความเห็นทางกฎหมายและมุมมองส่วนบุคคลต่อสถานการณ์ทางการเมือง



