วันอาทิตย์, กันยายน 6, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีสืบสวนนครบาลช่วย 2 นักศึกษา มทร.กรุงเทพฯ-มหิดล ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้าง AIS-ตำรวจระนอง หลอกเงินรวม 1.35 ล้าน พบแผนซ้ำ “ชายจีนเสื้อขาว-กางเกงดำ-สะพายเป้” รับเงิน

สืบสวนนครบาลช่วย 2 นักศึกษา มทร.กรุงเทพฯ-มหิดล ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้าง AIS-ตำรวจระนอง หลอกเงินรวม 1.35 ล้าน พบแผนซ้ำ “ชายจีนเสื้อขาว-กางเกงดำ-สะพายเป้” รับเงิน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

สืบสวนนครบาลช่วย 2 นักศึกษา มทร.กรุงเทพฯ-มหิดล ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้าง AIS-ตำรวจระนอง หลอกเงินรวม 1.35 ล้าน พบแผนซ้ำ “ชายจีนเสื้อขาว-กางเกงดำ-สะพายเป้” รับเงิน

 

บช.น. สั่งลุย สืบสวน 2-3 บก.สส.บช.น. ช่วยเหยื่อทัน ระงับบัญชี-ยับยั้งเงิน พบมุกเดียวกัน ใช้ AIS บังหน้า ก่อนสวมบทตำรวจ ขู่เหยื่อหาเงินส่งต่อ

 

จากกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทโทรคมนาคม ก่อนเชื่อมต่อไปยังบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจจังหวัดระนอง สร้างความหวาดกลัวให้เหยื่อ อ้างว่าข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้เปิดเบอร์โทรศัพท์และก่อเหตุผิดกฎหมาย ก่อนหลอกให้โอนเงินหรือถอนเงินสด ล่าสุดตำรวจนครบาลสามารถเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้ทัน พร้อมเร่งขยายผลติดตามขบวนการ

 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผบก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งดำเนินการ โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. นำกำลังชุดสืบสวน 2 เข้าดำเนินการในเคสนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และ พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท ร่วมประสานงานในพื้นที่ ขณะที่อีกกรณีเป็นการปฏิบัติของชุดสืบสวน 3 บก.สส.บช.น. ในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

 

เคสแรก นศ.มหิดลวัย 19 ปี สูญ 850,000 บาท

 

เหตุเกิดเมื่อ วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหายคือ น.ส.จีระนันท์ อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินรวมประมาณ 850,000 บาท แบ่งเป็นเงินโอน 50,000 บาท และเงินสด 800,000 บาท

 

พฤติการณ์เริ่มจากคนร้ายอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่ามีบุคคลนำเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ AIS และนำไปใช้กระทำความผิด ก่อนให้ติดต่อกลับไปยัง สภ.เมืองระนอง

 

จากนั้นมีการวิดีโอคอลกับชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ แต่งกายคล้ายตำรวจระดับผู้กำกับ สวมหน้ากากสีขาว และมีฉากด้านหลังลักษณะคล้ายสถานีตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมาตรวจสอบ

 

ช่วงแรกผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงิน 50,000 บาท จากนั้นคนร้ายสั่งให้นำเงินจากมารดาอีก 800,000 บาท และให้ถอนเงินสดจากธนาคารไทยพาณิชย์ฯ

 

หลังถอนเงิน ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งมอบให้กับ ชายชาวจีน บริเวณด้านหน้าคอนโดมิเนียม เอ็กซ์ที พญาไท ช่วงเวลาประมาณ 17.00-17.30 น. โดยชายที่มารับเงินมีลักษณะ เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ และสะพายกระเป๋าเป้

 

เคสสอง นศ.มทร.กรุงเทพฯ ถูกหลอก 499,999 บาท

 

อีกกรณีเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ ถูกแก๊งสแกมเมอร์อ้างเป็น ตำรวจจังหวัดระนอง ใช้วิธีสร้างความกลัวและควบคุมเหยื่อให้ทำตามคำสั่ง

 

คนร้ายสั่งให้นักศึกษาเขียน สคริปต์เพื่อหลอกผู้ปกครอง โดยอ้างว่าได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ และต้องใช้เงินเป็นค่าทำวีซ่าและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนให้โอนเงินจำนวน 499,999 บาท

 

ต่อมาชุดสืบสวน 3 บก.สส.บช.น. เข้าตรวจสอบและพบผู้เสียหายอยู่ภายใน โรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณปากซอยสวนพลู 7 พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ จึงเข้าช่วยเหลือได้ทัน โดยไม่เปิดเผยชื่อโรงแรม

 

พฤติการณ์ก่อนเข้าช่วยเหลือ เมื่อเวลาประมาณ 09.45 น. ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่ามีคนนำเลขบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ AIS และนำไปใช้ทำผิดกฎหมาย ก่อนให้ติดต่อกลับไปยัง สภ.เมืองระนอง

 

จากนั้นมีการวิดีโอคอลกับชายที่อ้างเป็นนายตำรวจ แต่งกายคล้ายผู้กำกับ สวมหน้ากากสีขาว และมีฉากด้านหลังคล้าย สภ.เมืองระนอง ก่อนหลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบ

 

เมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มีเงินจริง คนร้ายจึงออกอุบายให้เขียนสคริปต์หลอกผู้ปกครอง โดยอ้างว่าได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมให้ไปอยู่ในสถานที่เงียบ ๆ และอยู่ใกล้สถานีตำรวจ โดยอ้างว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเงินแล้ว จะนำเงินมาคืนให้ที่สถานีตำรวจ

 

ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินจำนวน 499,999 บาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะเข้าช่วยเหลือ และประสานธนาคาร ระงับบัญชีปลายทางและยับยั้งเส้นทางการเงิน ทำให้สามารถสกัดเงินไว้ได้ทัน

 

เปิดแผนประทุษกรรมซ้ำ “AIS-ตำรวจ-สร้างความกลัว-ส่งคนรับเงิน”

 

จากทั้งสองกรณี เจ้าหน้าที่พบแผนประทุษกรรมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เริ่มจากการแอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่ามีการนำเลขบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์และนำไปใช้กระทำผิด ก่อนส่งต่อให้บุคคลที่อ้างเป็นตำรวจจังหวัดระนอง

 

จากนั้นใช้การวิดีโอคอล สร้างฉากหลังและแต่งกายให้ดูน่าเชื่อถือ พร้อมข่มขู่ให้เหยื่อเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ก่อนสั่งให้โอนเงิน หากไม่มีเงินจะให้หาเงินจากผู้ปกครอง โดยบางกรณีสั่งให้เขียนสคริปต์เพื่อหลอกพ่อแม่

 

เมื่อได้เงินแล้ว จะมีการจัดส่ง “คนรับเงิน” มารับเงินสดตามจุดนัดหมาย

 

โดยจากข้อมูลการสืบสวนในหลายกรณี พบลักษณะผู้มารับเงินที่คล้ายกัน คือ ชายชาวจีน สวมเสื้อสีขาว กางเกงสีดำ และสะพายกระเป๋าเป้ ซึ่งอาจสะพายไว้ด้านหน้าหรือด้านหลัง ทำหน้าที่รับเงินจากเหยื่อแล้วนำส่งต่อให้ขบวนการ

 

ตำรวจฝากเตือนประชาชน หากมีบุคคลอ้างเป็น AIS ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ติดต่อมาแจ้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี แล้วสั่งให้โอนเงิน ถอนเงินสด หรือให้นำเงินไปส่งมอบให้บุคคลอื่น ให้หยุดทันที อย่าหลงเชื่อ และตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรง

 

หากพบว่าถูกหลอก ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรม พร้อมแจ้งตำรวจโดยเร็ว เพราะความรวดเร็วในการแจ้งเหตุมีความสำคัญต่อการ ระงับและยับยั้งเส้นทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินกลับคืน

Ad 1
Ad 2