ร้องเรียนเดือด! สาวโวยด่านตรวจศรีนครินทร์ ค้นรถยับ-ตรวจค้นร่างกายละเอียดยันเสื้อใน อ้างตามหา “พอตไฟฟ้า” ทั้งที่ไม่สูบ ลั่นเหมือนพยายามยัดเยียดความผิด
เกิดเรื่องราวดราม่าเดือดบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สุดช็อกและอัดอั้นตันใจ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจค้นอย่างละเอียด บริเวณด่านตรวจฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าดังย่านศรีนครินทร์ (เจส ศรีนครินทร์) ช่วงเวลาตี 2:20 น. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าแม้สามีจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์และเป่าตรวจผ่านทุกด่าน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่รื้อค้นรถทุกซอกทุกมุม พร้อมตรวจค้นร่างกายอย่างไม่เหมาะสม จนรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาร้ายแรง
เหตุการณ์ระทึกยามวิกาล
ผู้เสียหายเล่าเหตุการณ์ผ่านโพสต์ว่า สามีของตนเป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นต่อให้ต้องผ่านอีกสักกี่ด่านก็มีความมั่นใจว่าปลอดภัย แต่เมื่อขับรถมาถึงจุดตรวจดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ พร้อมกับสั่งให้เลี้ยวรถไปจอดชิดริมทางเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด
รื้อค้นสิ่งของภายในรถ: เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบทุกซอกทุกมุมของรถยนต์ เสมือนว่ารถคันดังกล่าวทำผิดกฎหมายร้ายแรง
ตรวจค้นร่างกายอย่างเข้มงวด: ผู้โพสต์ซึ่งเป็นผู้หญิงระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียดถึงขั้น “ตรวจยันเสื้อใน”
ผลตรวจแอลกอฮอล์เป็นศูนย์: ในส่วนของสามีผู้ขับขี่ ได้รับการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ตามระเบียบ แต่ผลออกมาเป็นปกติ เนื่องจากไม่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาแต่อย่างใด
ปมเดือด: ตามหา “พอต” แต่คว้าน้ำเหลว
ความอดทนของผู้เสียหายสิ้นสุดลงเมื่อการตรวจค้นดำเนินไปอย่างยาวนานและไม่มีทีท่าว่าจะจบลง เธอจึงตัดสินใจถามเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการตรงๆ ว่า “คุณหาอะไร เห็นหาจัง มีอะไรผิดกฎหมาย หรือมีใครแจ้งอะไรมา”
คำตอบที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ทั้งนายตำรวจชายและหญิง) คือ กำลังตามหา “พอต” (บุหรี่ไฟฟ้า) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอยืนยันเสียงแข็งว่า ทั้งตนเองและสามีไม่เคยสูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสิ้น
“พอตเชี้ยอะไร กูไม่สูบบุหรี่ ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า คือพวกคุณจะหาความผิดให้เราให้ได้ เสียเวลา เสียความรู้สึก จะตรวจหาแอลกอฮอล์ฉันก็เข้าใจได้ แต่นี้จะหาความผิดกูให้ได้เลยช่ายม่ะ” — ผู้เสียหายระบุด้วยความโมโห
เสียงสะท้อนจากสังคม
หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ตั้งคำถามถึงขอบเขตและอำนาจในการตรวจค้น (Search) ว่ามีความเหมาะสมและมีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายหรือไม่ การตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียดยันชุดชั้นใน รวมถึงการรื้อค้นรถโดยไม่มีสิ่งบอกเหตุที่ชัดเจน อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ สร้างความเดือดร้อนรำคาญและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนสำคัญไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกำชับและตรวจสอบการตั้งจุดตรวจจุดสกัดยามวิกาล ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส สสุภาพ และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของการปฏิบัติงานที่สร้างความเสียหายต่อความรู้สึกและเสียเวลาโดยใช่เหตุ




