วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 25, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมปกครองเปิดปฏิบัติการ ‘ขจัดเหลือบราชสีห์’ ทลายขบวนการค้าปืนข้ามชาติ สวมสิทธิ์ปลอมใบ ป.3 กว่า 400 ใบ พบอดีตปลัดอำเภอเอี่ยว

ปกครองเปิดปฏิบัติการ ‘ขจัดเหลือบราชสีห์’ ทลายขบวนการค้าปืนข้ามชาติ สวมสิทธิ์ปลอมใบ ป.3 กว่า 400 ใบ พบอดีตปลัดอำเภอเอี่ยว

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

 

ปกครองเปิดปฏิบัติการ ‘ขจัดเหลือบราชสีห์’ ทลายขบวนการค้าปืนข้ามชาติ สวมสิทธิ์ปลอมใบ ป.3 กว่า 400 ใบ พบอดีตปลัดอำเภอเอี่ยว

เชียงราย — ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการสะเทือนวงการสีกากี บุกทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนข้ามชาติรายใหญ่ หลังพบเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกับนายทุน ปลอมเอกสารสวมสิทธิ์ใบ ป.3 กว่า 400 ใบ มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท รวบผู้ต้องหาร่วมขบวนการแล้ว 4 ราย เร่งล่าตัวอดีตปลัดอำเภอเวียงแหงตัวการใหญ่

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการป้องกันปราบปรามการทุจริต จัดระเบียบสังคม และปราบปรามผู้มีอิทธิพล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง และศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง

จุดเริ่มแผนประทุษกรรม: ระบบไอทีฟ้อง ความผิดปกติ ป.3 นับร้อยใบ

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากกรมการปกครองตรวจพบความผิดปกติในระบบทะเบียนอาวุธปืนของอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในห้วงปี 2565 – 2566 โดยพบว่ามีผู้ได้รับอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) เป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีการนำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ตามขั้นตอน ปกครองจึงสั่งการให้สืบสวนเชิงลึกจนพบว่า เป็นพฤติการณ์สวมสิทธิ์และปลอมแปลงเอกสารราชการรวมถึงปลอมลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อนำไปใช้จัดซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ

จากหลักฐานดังกล่าว ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย และหมายค้น 2 จุด ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืนยาว 3 กระบอก และเครื่องกระสุนขนาดต่างๆ อีกกว่า 200 นัด

แฉขบวนการแบ่งเค้ก 4 กลุ่ม — “อดีตปลัด” ตัวการใหญ่สวมสิทธิ์

จากการขยายผลพบว่า เครือข่ายนี้ทำงานในลักษณะกลุ่มองค์กรอาชญากรรม (รูปแบบขบวนการ) มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย:

กลุ่มนายทุน สนับสนุนเงินทุน

กลุ่มนายหน้า ทำหน้าที่รับซื้ออาวุธปืนเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

กลุ่มร้านค้าปืน ที่ร่วมทุจริต

กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ทำหน้าที่สวมสิทธิ์และออกเอกสารปลอม

สำหรับผู้ต้องหารายสำคัญในคดีนี้คือ นายอภิสิทธิ์ จันทร์คำ หรือ “ปลัดโอ” อายุ 42 ปี อดีตปลัดอำเภอเวียงแหง ซึ่งปัจจุบันถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วจากคดีสวมตัวทำบัตรประชาชนให้คนต่างด้าว โดยในคดีนี้ นายอภิสิทธิ์ทำหน้าที่ปลอมใบ ป.3 โดยแอบอ้างนำชื่อและเอกสารของข้าราชการฝ่ายปกครองในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ. ที่ไม่ได้รู้เรื่องด้วย ไปออกใบ ป.3 ปลอมรวมแล้วกว่า 400 ใบ เพื่อหมุนเวียนซื้ออาวุธปืนทั้งปืนสวัสดิการและปืนร้านค้า (อาวุธปืนลูกซอง, ปืนยาว .22, ปืนพกสั้นขนาด 9 มม., .38 และ .380) หลุดรอดออกนอกระบบ สร้างรายได้มิชอบหลายล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีและเร่งติดตามตัว

ส่วนผู้ต้องหาสำคัญอีกรายที่ถูกจับกุมได้แล้วคือ นายณัฏฐวุฒน์ วัฒนภานันท์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอเชียงของ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของนายอภิสิทธิ์ ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อและเอกสารของชาวบ้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เน้นย้ำนโยบายชัดเจน:

“การปฏิบัติตามแนวทาง ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ และปฏิบัติการขจัดเหลือบราชสีห์ครั้งนี้ ถือเป็นการล้างบางขบวนการทุจริตที่เกาะกินกรมการปกครองมานาน ระบบควบคุมอาวุธปืนคือเรื่องความมั่นคงของชาติ หากข้าราชการคนใดใช้ช่องโหว่กฎหมายแสวงหาประโยชน์ ถือเป็นภัยความมั่นคงที่ยอมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับใด หากผิดจริงจะสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น”

ทั้งนี้ กรมการปกครองจะเร่งรัดขยายผลทางคดีเพื่อตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรายอื่นหรือบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย โทร. 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Ad 1
Ad 2