ทลายโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าคาหมู่บ้านหรู รวบ “แก๊งหน้ากาก GMpot” พร้อมวลีท้าทาย “สืบดูกูใคร” ยึดของกลางรวมกว่า 12 ล้านบาท
วันที่ 30 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร หลังขยายผลจากโลกโซเชียลพบเพจ “GM POT” แพลตฟอร์มจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าชื่อดังที่มีพฤติกรรมเย้ยกฎหมาย สร้างคอนเทนต์โฆษณาด้วยการสวมชุดจั๊มสูทสีแดง-ดำ พร้อมหน้ากากปกปิดใบหน้า และประโยคเด็ดที่กลายเป็นเบาะแสสำคัญอย่าง “สืบดูกูใคร”
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงการเอาจริงเอาจังตามนโยบายปราบปรามบุหรี่เถื่อนของรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ นายวสันต์ (อายุ 31 ปี) พร้อมทีมงานสาวอีก 2 คน ขณะกำลังดำเนินกิจการอยู่ภายในบ้านพักย่าน ต.พันท้ายนรสิงห์ และ ต.โคกขาม ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นทั้งโกดังเก็บสินค้าและโรงงานผลิตขนาดย่อม
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าแก๊งนี้ไม่ได้เพียงแค่รับมาขายไป แต่มีการตั้งสถานีการผลิตเองภายในบ้าน พบเครื่องฉีดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า, เครื่องซีนกล่อง, เครื่องปั๊มอัด และอุปกรณ์บัดกรีครบวงจร พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้งและน้ำยาแบบหัวเปลี่ยนรวมกว่า 6,890 ชิ้น รวมถึงอุปกรณ์การผลิตและพัสดุเตรียมจัดส่งอีกจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายและค่าปรับตามกฎหมายสูงถึง 12,000,000 บาท
นายวสันต์ ผู้ดูแลหลักสารภาพว่า เดิมทีตนรับสินค้ามาจากนายทุนชาวจีน แต่เมื่อนายทุนเลิกกิจการได้ยกเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตทั้งหมดให้ ตนจึงตัดสินใจสวมรอยผลิตและทำการตลาดเองผ่าน Facebook, Instagram และ TikTok โดยใช้ภาพลักษณ์ “แก๊งหน้ากาก” เพื่อสร้างความลึกลับและดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ก่อนจะส่งสินค้ากระจายไปทั่วประเทศผ่านบริษัทขนส่งเอกชน
นอกจากความสำเร็จในการทลายแก๊ง GMpot แล้ว ศปบย.ตร. ยังรายงานผลการปฏิบัติการในภาพรวมที่น่าสนใจอีก 4 คดีใหญ่ ทั้งการสกัดจับบุหรี่หนีภาษีกว่า 3 หมื่นซองที่จันทบุรี, การทลายขบวนการ “กรองทิพย์เถื่อน” ที่กาญจนบุรี และคดีที่สะเทือนวงการที่สุดคือการจับกุมขบวนการนำเข้า “สารเอโทมิเดต” น้ำหนักกว่า 28 กิโลกรัม ซึ่งถูกนำไปผสมในบุหรี่ไฟฟ้าจนกลายเป็น “พอตเค” ยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดหนักในกลุ่มนักเที่ยว โดยมีมูลค่ารวมในคดีนี้คดีเดียวสูงถึง 20 ล้านบาท
ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่ส่งผลเสียต่อเยาวชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างเด็ดขาด










