วันจันทร์, พฤษภาคม 11, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมทลายโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าคาหมู่บ้านหรู รวบ "แก๊งหน้ากาก GMpot" พร้อมวลีท้าทาย "สืบดูกูใคร" ยึดของกลางรวมกว่า 12 ล้านบาท

ทลายโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าคาหมู่บ้านหรู รวบ “แก๊งหน้ากาก GMpot” พร้อมวลีท้าทาย “สืบดูกูใคร” ยึดของกลางรวมกว่า 12 ล้านบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ทลายโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าคาหมู่บ้านหรู รวบ “แก๊งหน้ากาก GMpot” พร้อมวลีท้าทาย “สืบดูกูใคร” ยึดของกลางรวมกว่า 12 ล้านบาท

วันที่ 30 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร หลังขยายผลจากโลกโซเชียลพบเพจ “GM POT” แพลตฟอร์มจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าชื่อดังที่มีพฤติกรรมเย้ยกฎหมาย สร้างคอนเทนต์โฆษณาด้วยการสวมชุดจั๊มสูทสีแดง-ดำ พร้อมหน้ากากปกปิดใบหน้า และประโยคเด็ดที่กลายเป็นเบาะแสสำคัญอย่าง “สืบดูกูใคร”

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงการเอาจริงเอาจังตามนโยบายปราบปรามบุหรี่เถื่อนของรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ นายวสันต์ (อายุ 31 ปี) พร้อมทีมงานสาวอีก 2 คน ขณะกำลังดำเนินกิจการอยู่ภายในบ้านพักย่าน ต.พันท้ายนรสิงห์ และ ต.โคกขาม ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นทั้งโกดังเก็บสินค้าและโรงงานผลิตขนาดย่อม

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าแก๊งนี้ไม่ได้เพียงแค่รับมาขายไป แต่มีการตั้งสถานีการผลิตเองภายในบ้าน พบเครื่องฉีดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า, เครื่องซีนกล่อง, เครื่องปั๊มอัด และอุปกรณ์บัดกรีครบวงจร พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้งและน้ำยาแบบหัวเปลี่ยนรวมกว่า 6,890 ชิ้น รวมถึงอุปกรณ์การผลิตและพัสดุเตรียมจัดส่งอีกจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายและค่าปรับตามกฎหมายสูงถึง 12,000,000 บาท
นายวสันต์ ผู้ดูแลหลักสารภาพว่า เดิมทีตนรับสินค้ามาจากนายทุนชาวจีน แต่เมื่อนายทุนเลิกกิจการได้ยกเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตทั้งหมดให้ ตนจึงตัดสินใจสวมรอยผลิตและทำการตลาดเองผ่าน Facebook, Instagram และ TikTok โดยใช้ภาพลักษณ์ “แก๊งหน้ากาก” เพื่อสร้างความลึกลับและดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ก่อนจะส่งสินค้ากระจายไปทั่วประเทศผ่านบริษัทขนส่งเอกชน

นอกจากความสำเร็จในการทลายแก๊ง GMpot แล้ว ศปบย.ตร. ยังรายงานผลการปฏิบัติการในภาพรวมที่น่าสนใจอีก 4 คดีใหญ่ ทั้งการสกัดจับบุหรี่หนีภาษีกว่า 3 หมื่นซองที่จันทบุรี, การทลายขบวนการ “กรองทิพย์เถื่อน” ที่กาญจนบุรี และคดีที่สะเทือนวงการที่สุดคือการจับกุมขบวนการนำเข้า “สารเอโทมิเดต” น้ำหนักกว่า 28 กิโลกรัม ซึ่งถูกนำไปผสมในบุหรี่ไฟฟ้าจนกลายเป็น “พอตเค” ยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาดหนักในกลุ่มนักเที่ยว โดยมีมูลค่ารวมในคดีนี้คดีเดียวสูงถึง 20 ล้านบาท

ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่ส่งผลเสียต่อเยาวชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างเด็ดขาด

Ad 1
Ad 2