
ยิ่งใหญ่และทรงพลัง! รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครั้งสำคัญ ชูธง “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม” เร่งเยียวยาเหยื่อผู้บริสุทธิ์แบบเชิงรุกผ่านระบบดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลตำรวจ มุ่งหวังคืนความรำลึก 25 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ก้าวต่อไปสู่มาตรฐานสากล
ผู้นำระดับประเทศผนึกกำลัง “คืนความยุติธรรม”
เมื่อวันที่ผ่านมา ณ สถานที่จัดงานระดับชาติ ได้มีการจัดงานภายใต้แนวคิด “ก้าวต่อไปกับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม” โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน
บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยความประทับใจจากการแสดงชุดพิเศษ “เสริมสร้างพลังความร่วมมือช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์” และการฉายวีดิทัศน์ย้อนรอยความสำเร็จตลอด 25 ปี นับตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่สำคัญของประเทศไทย
นโยบายรุกฆาต: “Justice Delayed is Justice Denied”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเน้นย้ำว่า ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ การช่วยเหลือต้อง “รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม” โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้รัฐเข้าถึงเหยื่อก่อนที่เหยื่อจะเดินมาหารัฐ พร้อมกันนี้ได้ให้เกียรติมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหายในคดีอาญาจำนวน 3 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 814,486 บาท
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานขับเคลื่อนดีเด่น ทั้งสถานีตำรวจ, เรือนจำ, สำนักงานยุติธรรมจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวมกว่า 70 รางวัล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานที่ทุ่มเทเพื่อประชาชน
ถอดบทเรียนอดีต สู่ “Best Practice” ระดับสากล
ในภาคการเสวนาวิชาการ มีการรวมตัวของเหล่ากูรูด้านยุติธรรม อาทิ ศาสตราจารย์ ณรงค์ ใจหาญ และ ศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ที่มาร่วมเจาะลึกมาตรฐานการเยียวยาเทียบเท่าสากล พร้อมด้วย คุณอรอุมา เกษตรพืชผล ตัวแทนสื่อมวลชน และ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมถอดรหัสอดีตเพื่อขับเคลื่อนอนาคต
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การยกกรณีศึกษา (Best Practice) เช่น เหตุการณ์ ผอ.โรงเรียนเสียสละชีวิตเพื่อช่วยเด็กที่ จ.สงขลา และกรณีปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาการทำงานให้เป็นที่หนึ่งในอาเซียน โดยมี นางสาววราพรรณ บัวสุวรรณ และ คุณจุตติมา ภิญโญภาณุสกุล รับหน้าที่ดำเนินรายการดำเนินรายการอย่างเข้มข้น
เชื่อมข้อมูล Crimes – Ocipa: ยุติธรรมเชิงรุก 24 ชั่วโมง
ในช่วงบ่ายมีการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูล Crimes ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ากับระบบ Ocipa ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดย นายกิจณัฐ หลวงอินทร์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรับคำขอเยียวยาได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาร้องขอ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วสูงสุด

พลังภาคีเครือข่าย: กลไกสำคัญที่ขาดไม่ได้
งานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย ท่านปรีชา อับดุลเลาะห์ ประธานชมรม พร้อมด้วย ดร.สุนทรี ศรีสุวรรณ์ เลขาธิการฝ่ายประสานงาน และทีมงานผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันกระบวนการยุติธรรมทางเลือกและการเยียวยาในระดับพื้นที่
”วันนี้เราไม่ได้แค่จ่ายเงินเยียวยา แต่เรากำลังสร้างระบบที่คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรม เพราะหากความยุติธรรมมาถึงช้าเกินไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับความไม่ยุติธรรมเลย” — คำกล่าวทิ้งท้ายจากเวทีปาฐกถา

🔷 ขอขอบคุณ
🔷 พ.ต.ท.ปรีชา อับดุลเลาะห์ ประธานชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
🔷 ดร.สุนทรี ศรีสุวรรณ์ เลขาธิการฝ่ายประสานงานชมรมฯรองประธานที่ปรึกษาชมรม
🔷นายชวัลวิทย์ กองวิสัย ที่ปรึกษาชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
🔷ฝ่ายประชาสัมพันธ์ชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน



