วันพุธ, พฤษภาคม 6, 2026
หน้าแรกทั่วไป​“ยุติธรรมล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม!” อนุทิน ประกาศกร้าวกลางงานระดับชาติ สั่งรื้อระบบเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม ต้อง ‘ถึงตัว-ถึงใจ’ ไม่ต้องรอร้องขอ!

​“ยุติธรรมล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม!” อนุทิน ประกาศกร้าวกลางงานระดับชาติ สั่งรื้อระบบเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม ต้อง ‘ถึงตัว-ถึงใจ’ ไม่ต้องรอร้องขอ!

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

 

ยิ่งใหญ่และทรงพลัง! รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครั้งสำคัญ ชูธง “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม” เร่งเยียวยาเหยื่อผู้บริสุทธิ์แบบเชิงรุกผ่านระบบดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลตำรวจ มุ่งหวังคืนความรำลึก 25 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ก้าวต่อไปสู่มาตรฐานสากล
​ผู้นำระดับประเทศผนึกกำลัง “คืนความยุติธรรม”
​เมื่อวันที่ผ่านมา ณ สถานที่จัดงานระดับชาติ ได้มีการจัดงานภายใต้แนวคิด “ก้าวต่อไปกับการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม” โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน
​บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยความประทับใจจากการแสดงชุดพิเศษ “เสริมสร้างพลังความร่วมมือช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์” และการฉายวีดิทัศน์ย้อนรอยความสำเร็จตลอด 25 ปี นับตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่สำคัญของประเทศไทย
​นโยบายรุกฆาต: “Justice Delayed is Justice Denied”
​นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเน้นย้ำว่า ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ การช่วยเหลือต้อง “รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม” โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้รัฐเข้าถึงเหยื่อก่อนที่เหยื่อจะเดินมาหารัฐ พร้อมกันนี้ได้ให้เกียรติมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหายในคดีอาญาจำนวน 3 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 814,486 บาท
​นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานขับเคลื่อนดีเด่น ทั้งสถานีตำรวจ, เรือนจำ, สำนักงานยุติธรรมจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวมกว่า 70 รางวัล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานที่ทุ่มเทเพื่อประชาชน
​ถอดบทเรียนอดีต สู่ “Best Practice” ระดับสากล
​ในภาคการเสวนาวิชาการ มีการรวมตัวของเหล่ากูรูด้านยุติธรรม อาทิ ศาสตราจารย์ ณรงค์ ใจหาญ และ ศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ที่มาร่วมเจาะลึกมาตรฐานการเยียวยาเทียบเท่าสากล พร้อมด้วย คุณอรอุมา เกษตรพืชผล ตัวแทนสื่อมวลชน และ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมถอดรหัสอดีตเพื่อขับเคลื่อนอนาคต
​ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การยกกรณีศึกษา (Best Practice) เช่น เหตุการณ์ ผอ.โรงเรียนเสียสละชีวิตเพื่อช่วยเด็กที่ จ.สงขลา และกรณีปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาการทำงานให้เป็นที่หนึ่งในอาเซียน โดยมี นางสาววราพรรณ บัวสุวรรณ และ คุณจุตติมา ภิญโญภาณุสกุล รับหน้าที่ดำเนินรายการดำเนินรายการอย่างเข้มข้น
​เชื่อมข้อมูล Crimes – Ocipa: ยุติธรรมเชิงรุก 24 ชั่วโมง
​ในช่วงบ่ายมีการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูล Crimes ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ากับระบบ Ocipa ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดย นายกิจณัฐ หลวงอินทร์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรับคำขอเยียวยาได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาร้องขอ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วสูงสุด


​พลังภาคีเครือข่าย: กลไกสำคัญที่ขาดไม่ได้
​งานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ชมรมผู้ไกล่เกลี่ยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย ท่านปรีชา อับดุลเลาะห์ ประธานชมรม พร้อมด้วย ดร.สุนทรี ศรีสุวรรณ์ เลขาธิการฝ่ายประสานงาน และทีมงานผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันกระบวนการยุติธรรมทางเลือกและการเยียวยาในระดับพื้นที่
​”วันนี้เราไม่ได้แค่จ่ายเงินเยียวยา แต่เรากำลังสร้างระบบที่คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรม เพราะหากความยุติธรรมมาถึงช้าเกินไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับความไม่ยุติธรรมเลย” — คำกล่าวทิ้งท้ายจากเวทีปาฐกถา

🔷 ขอขอบคุณ
🔷 พ.ต.ท.ปรีชา อับดุลเลาะห์ ประธานชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
🔷 ดร.สุนทรี ศรีสุวรรณ์ เลขาธิการฝ่ายประสานงานชมรมฯรองประธานที่ปรึกษาชมรม
🔷นายชวัลวิทย์ กองวิสัย ที่ปรึกษาชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
🔷ฝ่ายประชาสัมพันธ์ชมรมผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

Ad 1
Ad 2