วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ "พิทักษ์คีรีขันธ์" ยึดบุหรี่‑บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน มูลค่ากว่า 4.07 ล้านบาท

ศุลกากรประจวบฯ สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ ”พิทักษ์คีรีขันธ์” ยึดบุหรี่‑บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน มูลค่ากว่า 4.07 ล้านบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ร่วมสนธิกำลังกับหน่วยงานความมั่นคงหลายภาคส่วน เปิดปฏิบัติการ ”พิทักษ์คีรีขันธ์” สกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีตามเส้นทางยุทธศาสตร์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สามารถยึดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน รวมมูลค่าและค่าภาษีอากรกว่า 4,076,700 บาท 
นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์  นายชวภณ สินพูนภักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิทยา พรมโยธา สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.อัคราวัน สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พ.อ.สโรจ สุขศิริ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัด ด่านตรวจประมงเขต 6 ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์ ได้ตรวจยึดของกลาง บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่สำหรับส่งออกเท่านั้น จำนวน 17,550 แท่ง หรือ 351,000 มวน และบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 276 ชิ้น ซึ่งไม่มีหลักฐานผ่านพิธีการศุลกากร  โดยมีมูลค่าและค่าภาษีอากรรวมประมาณ 4,076,700 บาท 
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจสกัดบริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก ได้ตรวจค้นพบ บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่สำหรับส่งออกเท่านั้น จำนวน 17,550 แท่ง หรือ 351,000 มวน และบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 276 ชิ้น ซึ่งไม่มีหลักฐานผ่านพิธีการศุลกากร จึงได้ตรวจยึดของกลาง โดยมีมูลค่าและค่าภาษีอากรรวมประมาณ 4,076,700 บาท 
ตลอดห้วงปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้รวม 21 คดี ยึดบุหรี่รวม 19,488 แท่ง หรือ 3,897,600 มวน บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา 800 ชิ้น รวมถึงสินค้าอื่นๆ อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม สุรา ยาสมุนไพร น้ำหอม และกระเป๋าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมมูลค่าและค่าภาษีอากรทั้งสิ้น 45,095,787.60 บาท 
นายฐิติพงศ์ คำผุย เปิดเผยว่า ขบวนการค้าสินค้าเถื่อนได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นยุทธวิธี “สงครามส่งด่วน” โดยใช้ระบบพัสดุด่วนเอกชน กระจายสินค้าแบบกองทัพมด ใช้ชื่อปลอม บัญชีม้า และจ่าหน้ากล่องเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อะไหล่ยนต์ หรือของใช้ครัวเรือน เพื่อปะปนกับพัสดุถูกกฎหมาย ก่อนส่งไปทั่วประเทศภายใน 24‑48 ชั่วโมง ควบคู่กับการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และกลุ่มโซเชียลมีเดีย 
การลักลอบดังกล่าว สร้างความเสียหายต่อระบบรายได้ของรัฐ บิดเบือนกลไกการค้า และเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชน เนื่องจากบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน อาจปนเปื้อนสารเคมีและโลหะหนัก รวมถึงเป็นช่องทางให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งเม็ดเงินที่ได้ยังอาจถูกนำไปสนับสนุนการฟอกเงินและกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ 
ขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กำลังขยายผลการสืบสวน เรียกบริษัทขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป 
ณัฐธภพ พันสาย / จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

Ad 1
Ad 2