วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 5, 2026
หน้าแรกภูมิภาคเห็นผลจริงอีซูซุติดโซลาร์เซลล์ให้โรงเรียนบ้านคลองสอง ลดค่าไฟจากเดือนละ 8,000–9,000 บาท เหลือ 6,000 กว่าบาท ช่วงปิดเทอมจ่ายเพียง 300 กว่าบาท

เห็นผลจริงอีซูซุติดโซลาร์เซลล์ให้โรงเรียนบ้านคลองสอง ลดค่าไฟจากเดือนละ 8,000–9,000 บาท เหลือ 6,000 กว่าบาท ช่วงปิดเทอมจ่ายเพียง 300 กว่าบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

วันที่ 4 พ.ย.69ที่โรงเรียนบ้านคลองสอง (เพิ่มศรัทธาประชาราษฎร์) ตำบลแปลงยาว อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุและกลุ่มบริษัทอีซูซุ จัดพิธีส่งมอบงานซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารเรียน พร้อมระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ภายใต้งบประมาณสนับสนุนรวม 300,000 บาท เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอาคารเรียน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดภายในสถานศึกษาอย่างยั่งยืนโดยมี นายจีระ อุดมศิลป ผู้จัดการทั่วไป นายทศพร บุญญพัฒน์กุล รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารจัดซื้อ พร้อมคณะผู้บริหารอีซูซุเข้าร่วม
โดยนายทศพร บุญญพัฒน์กุล เป็นผู้กล่าวเปิดพิธีส่งมอบ พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์และผลสำเร็จของการดำเนินโครงการ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรภายในสถานศึกษา
สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว นับเป็นความร่วมมือของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุและกลุ่มบริษัทอีซูซุ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงอาคารเรียนที่ชำรุด พร้อมติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งการดำเนินงานเสร็จสิ้นตามเป้าหมาย และโรงเรียนสามารถนำอาคารเรียนและระบบพลังงานที่ได้รับการสนับสนุนมาใช้ประโยชน์ได้จริง
ด้าน นางสาวสุมาลี สโรบล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสอง (เพิ่มศรัทธาประชาราษฎร์) กล่าวรายงานผลการดำเนินงานและแสดงความขอบคุณที่ให้การสนับสนุนพัฒนาสถานศึกษาในครั้งนี้
นางสาวสุมาลี สโรบล ผู้อำนวยการโรงเรียน เผยว่า ภายหลังได้รับการสนับสนุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงเรียนสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละประมาณ 8,000–9,000 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 6,000 กว่าบาทต่อเดือน ช่วยให้โรงเรียนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อเดือน ที่น่าสนใจคือ ในช่วงปิดภาคเรียนล่าสุด โรงเรียนมีค่าไฟฟ้าเหลือเพียง 300 กว่าบาทเท่านั้น นับเป็นผลสำเร็จที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการนำระบบโซลาร์เซลล์มาใช้ร่วมกับการบริหารจัดการพลังงานภายในโรงเรียน โดยในช่วงปิดภาคเรียนมีการใช้กระแสไฟฟ้าลดลงจากช่วงเปิดเรียนตามปกติ จึงช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลงอย่างมาก ซึ่งการลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าถือเป็นประโยชน์สำคัญต่อการบริหารงบประมาณของโรงเรียน เนื่องจากเงินที่เคยต้องนำไปชำระค่าไฟฟ้า สามารถนำส่วนที่ประหยัดได้ไปจัดสรรเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน จัดซื้อสื่อและอุปกรณ์การศึกษา ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนได้มากยิ่งขึ้น นับเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระยะยาว
สำหรับความเป็นมาของโครงการ โรงเรียนบ้านคลองสองประสบปัญหาหลังคาอาคารเรียนและฝ้าเพดานชำรุด ส่งผลให้เกิดน้ำรั่วซึมในช่วงฤดูฝน กระทบต่อสภาพแวดล้อมในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังมีภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุและกลุ่มบริษัทอีซูซุ จึงให้การสนับสนุนงบประมาณรวม 300,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาโรงเรียนใน 2 ส่วนสำคัญ
ส่วนแรก เป็นการปรับปรุงหลังคาอาคารเรียน โดยรื้อถอนกระเบื้องหลังคาเดิมที่ชำรุด พร้อมติดตั้งหลังคาใหม่ เพื่อป้องกันน้ำฝนรั่วซึมและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้อาคารเรียน ใช้งบประมาณ 150,000 บาท รวมถึงเปลี่ยนและซ่อมแซมฝ้าเพดาน พร้อมทาสีใหม่อีก 10,000 บาท รวมงบประมาณปรับปรุงอาคารเรียนทั้งสิ้น 160,000 บาท ส่วนที่สอง เป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารเรียน ใช้งบประมาณ 138,030 บาท เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีค่าจัดทำป้ายโครงการ 1,605 บาท และค่าอุปกรณ์ติดตั้งป้ายอีก 365 บาท รวมงบประมาณดำเนินงานทั้งสิ้น 300,000 บาทถ้วน
การสนับสนุนของอีซูซุในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมอาคารเรียนให้มีความมั่นคงและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะระบบโซลาร์เซลล์ที่เริ่มแสดงผลด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน ทำให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ยังสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียนได้ศึกษาเกี่ยวกับพลังงานทดแทน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาอย่างยั่งยืน จากค่าไฟเดือนละ 8,000–9,000 บาท ลดเหลือ 6,000 กว่าบาท และช่วงปิดภาคเรียนล่าสุดจ่ายเพียง 300 กว่าบาท นับเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของการนำพลังงานสะอาดมาใช้ในสถานศึกษา พร้อมตอกย้ำว่าการสนับสนุนจากภาคเอกชนสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการปรับปรุงอาคารเรียน เพราะเงินทุกบาทที่โรงเรียนประหยัดได้ ย่อมเพิ่มโอกาสในการนำไปพัฒนาการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของนักเรียนต่อไป
สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา

Ad 1
Ad 2