วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีนับถอยหลัง 4 ปีชีวิตราชการ “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ” ยืนหยัดบนความถูกต้อง ถอดบทเรียนชีวิตนายพล หวังเห็น “ตำรวจ” ที่ประชาชนรักและศรัทธา

นับถอยหลัง 4 ปีชีวิตราชการ “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ” ยืนหยัดบนความถูกต้อง ถอดบทเรียนชีวิตนายพล หวังเห็น “ตำรวจ” ที่ประชาชนรักและศรัทธา

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

นับถอยหลัง 4 ปีชีวิตราชการ “พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ”

ยืนหยัดบนความถูกต้อง ถอดบทเรียนชีวิตนายพล หวังเห็น “ตำรวจ” ที่ประชาชนรักและศรัทธา

ในยุคสมัยที่องค์กรตำรวจต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการทดสอบความเชื่อมั่นจากสังคมอย่างหนักหน่วง สิ่งสำคัญที่ช่วยค้ำชูเสาหลักของวงการสีกากีไว้ ไม่ใช่สิ่งใดอื่นนอกเหนือไปจาก “อุดมการณ์” และ “ความถูกต้อง” ของคนทำงานที่ถือครองกฎหมาย

เมื่อย้อนกลับไปมองเส้นทางชีวิตราชการของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนหนึ่งที่เดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงช่วงโค้งสุดท้าย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ได้เปิดเผยความในใจถึงช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่ถึง 4 ปี ก่อนจะเกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นบทสรุปของหัวใจนายตำรวจคนหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตั้งแต่วันแรกที่ก้าวออกจากรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

บททดสอบตั้งแต่ร้อยตำรวจตรี: ยึดระเบียบมากกว่าความพึงพอใจ

จุดเริ่มต้นที่สถานีตำรวจนครบาลบางพลัด ในฐานะพนักงานสอบสวนจบใหม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ เรียนรู้ว่า “งานโรงพัก” คือหัวใจที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด การสร้างความยอมรับไม่ใช่การยอมทำผิดเพื่อความพึงพอใจของใคร แต่คือการยืนหยัดในกฎหมาย

“ครั้งหนึ่งตอนเป็น ร.ต.ต. ผมต้องรวบรวมความกล้าเข้าไปตักเตือนผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีอายุและประสบการณ์มากกว่าที่แอบดื่มสุราระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แม้เป็นเรื่องที่ขัดใจและทำได้ยากสำหรับนายตำรวจหนุ่ม แต่หากเราไม่กล้ารักษาระเบียบตั้งแต่วันแรก วันข้างหน้าเราจะดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและรับผิดชอบต่อประชาชนได้อย่างไร”

นอกจากนี้ ในบทบาทพนักงานสอบสวน คดีอาญาหลายคดีที่มีคำแนะนำหรือความกดดันจากรอบข้าง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังคงยึดหลักพยานหลักฐานเป็นสำคัญ การมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีที่พยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้จะขัดใจบางฝ่าย แต่สิ่งเหล่านั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า “หน้าที่ตำรวจไม่ใช่การทำให้ใครพอใจ แต่คือการแสวงหาความจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”

สร้างมาตรฐานงานปราบปราม คืนความสุขแก่ประชาชน

ตลอดเส้นทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.บางยี่ขัน หรือ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.พระพุทธบาท การเข้ามากวดขันระบบสายตรวจและการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย่อมเจอกระแสคัดค้านและแรงต้านในระยะแรก แต่เมื่อผลงานปรากฏ ผลสัมฤทธิ์ของความทุ่มเทกลับกลายเป็น ความภาคภูมิใจของผู้ใต้บังคับบัญชา และ ความอุ่นใจของประชาชน ในพื้นที่

ภาพสะท้อนความเคียงข้างผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างแท้จริง ปรากฏชัดอีกครั้งเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท. / ตำรวจไซเบอร์) ในช่วงที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เร่งรัดและวางแนวทางคืนเงินอายัดให้แก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด พร้อมออกหน้าแบกรับความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยการลงนามอนุมัติด้วยตนเอง เพื่อให้ลูกน้องทำงานได้อย่างมั่นใจโดยไร้กังวล

ความหวังสุดท้าย… ในวันที่ถอดเครื่องแบบ

สำหรับนายตำรวจท่านนี้ เป้าหมายในช่วง 4 ปีสุดท้ายไม่ใช่เรื่องความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ แต่คือ “ความหวังที่เรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่”

“สิ่งที่ผมอยากเห็นมากที่สุด คืออยากเห็นประชาชนรักและศรัทธาตำรวจ จากผลของการกระทำของตำรวจเอง และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อผมถอดเครื่องแบบกลับไปเป็นประชาชนคนหนึ่ง ผมอยากเป็นประชาชนที่มีความเชื่อมั่นว่า เมื่อเดือดร้อน จะมีตำรวจที่พร้อมทุ่มเทช่วยเหลือ เช่นเดียวกับที่ผมพยายามทำมาตลอดชีวิตราชการ”

เรื่องราวและแนวคิดของ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างและแรงบันดาลใจสำคัญของตำรวจรุ่นหลัง ให้ยังคงเชื่อมั่นในความถูกต้อง รักษาวินัย และมุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลของการกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของ “คนสีกากี” อย่างแท้จริง.

Ad 1
Ad 2