ตร.น.1 ร่วม สืบ 7 ทลายเครือข่ายยาเสพติด ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 610 กิโลฯ ผู้ต้องหา 7 ราย
บช.น. แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดของกลาง “ยาไอซ์” รวมหนักกว่า 610 กิโลกรัม มูลค่ามหาศาล พร้อมรวบผู้ต้องหาได้ 7 ราย หลังขยายผลตามนโยบาย ตร. ลุยล้างบางต้นตอยาเสพติดระบาดชุมชน
กรุงเทพฯ — เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ต.ค. 2569 ที่ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ, พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พล.ต.ต.เทพปทาน นิพิวรรณ์ ผบก.น.7, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 และชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.1, กก.สส.บก.น.7 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ รวม 7 ราย
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายณัฐดนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี, นายสายชล (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี, นายยี่หนุ่ม (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี, นายบัดโดรชามพ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี, นายมูฮัมหมัดห์ฟุรกอน (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี, น.ส.พัดทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี และนายปรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 610 กิโลกรัม แยกเป็นยาไอซ์บรรจุถุงชาสีเขียว 230 กก., ถุงชาสีขาว 170 กก. และยาไอซ์บรรจุแพ็กเกจปกติอีกประมาณ 210 กก.
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมได้ใน 2 จุดสำคัญ คือ บริเวณภายในปั๊มน้ำมันริมถนนกาญจนาภิเษก แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพฯ และขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเช่ายูม่า หลังที่ 1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พล.ต.อ.อิทธิพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยเร่งรัดกวาดล้างและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดลงสู่ชุมชน ซึ่งการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวนมากในครั้งนี้ ถือเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้ยาเสพติดกระจายไปสู่ประชาชนในกว้าง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องต่อไป




