จับพระคากุฏิ! สืบชลบุรีบุกสำนักสงฆ์ มารศาสนาซุกยาบ้าคาท้องอังสะ-นอนกอดทอมดี้
สารภาพสั่งตรงทางเน็ตพันเม็ด ทั้งเสพทั้งขาย เผยเพิ่งพ้นโทษคดียาบ้ามาบวช นำตัวจับสึกดำเนินคดีส่ง สภ.หนองปรือ
ชลบุรี – ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี วางแผนบุกค้นกุฏิสำนักสงฆ์ย่านบางละมุง จับกุม “หลวงพี่จ๋า” พระลูกวัดซุกยาบ้า 891 เม็ด ไว้ในผ้าอังสะ พร้อมยาไอซ์และอุปกรณ์เสพ แถมพบคู่รักทอมดี้นอนหลับอยู่ร่วมห้อง สารภาพสั่งซื้อทางโซเชียลทั้งเสพเองและแบ่งขาย เผยประวัติเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดแล้วมาบวช เจ้าหน้าที่นำตัวทำพิธีลาสิกขาก่อนส่งตัวดำเนินคดีหนัก
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.เศรษฐภุชงค์ มีกุล, พ.ต.ท.เดชชาติ อาสว่าง รอง ผกก.สืบสวนฯ และ พ.ต.ท.ศราวุธ เห็มภิระ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี สนธิกำลังนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นกุฏิหมายเลข 3 ภายในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 2 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังจากการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดก่อนหน้านี้ ให้การซัดทอดว่ามีพระสงฆ์ในสำนักสงฆ์ดังกล่าวมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด พร้อมตรวจสอบพบหลักฐานเส้นทางการโอนเงินซื้อขายยาชัดเจน
จากการเข้าตรวจค้นกุฏิเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงเมื่อพบพระสงฆ์ 1 รูป พร้อมหญิงสาว 2 คน ซึ่งเป็นคู่รักทอมดี้ กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในห้องในสภาพคล้ายผู้เสพสารเสพติด ตรวจค้นอย่างละเอียดพบยาบ้าจำนวน 200 เม็ด ซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายในผ้าอังสะที่พระสงฆ์สวมใส่ และพบยาบ้าอีก 691 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกุฏิ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 891 เม็ด นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพอีกจำนวนหนึ่ง
จากการสอบสวน พระสงฆ์รูปดังกล่าวทราบชื่อคือ “หลวงพี่จ๋า” หรือ นายจักรินทร์ วรรัตน์ อายุ 44 ปี (ฉายา กตธัมโม) ให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยสั่งซื้อมาจากชายชื่อ “นุ” ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ล่าสุดได้สั่งซื้อยาบ้าจำนวน 1,000 เม็ด ในราคา 4,300 บาท แล้วนัดหมายให้คนนำมาวางทิ้งไว้บริเวณซุ้มประตูทางเข้าสำนักสงฆ์ ตั้งใจจะนำมาเสพเองส่วนหนึ่ง และแบ่งขายให้กับกลุ่มผู้เสพที่รู้จักกัน
ขณะที่หญิงสาวอีก 2 คน ทราบชื่อคือ น.ส.ปวีณา พัฒนาศรี อายุ 43 ปี และ น.ส.อัมพิกา พริกเทศ อายุ 35 ปี ให้การตรงกันว่า ถูกหลวงพี่จ๋าชักชวนให้เข้ามาร่วมเสพยาบ้าภายในกุฏิ ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมดังกล่าว ซึ่งจากการส่งตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่าทั้งสองคนมีสารเสพติดในร่างกายจริง
พ.ต.ท.ศราวุธ เห็มภิระ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ได้จับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอบางละมุง และระหว่างที่กำลังเค้นสอบขยายผล ได้มีโทรศัพท์จากพระสงฆ์รูปดังกล่าวโทรเข้ามาติดต่อในลักษณะเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ทางตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนสะแกะรอยพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบหลักฐานสลิปการโอนเงินค่ายาเสพติดอย่างชัดเจน จึงได้วางแผนเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวได้คากุฏิ
จากการตรวจสอบประวัติของ นายจักรินทร์ หรือ หลวงพี่จ๋า พบว่าเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วเมื่อปี 2564 และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะตัดสินใจเข้าพิธีบวชเป็นพระสงฆ์เป็นครั้งแรก และย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เข็ดหลาบ แอบกลับมายุ่งเกี่ยวกับวงจรยาเสพติดซ้ำอีก ทั้งยังมีพฤติการณ์ชักชวนบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมมั่วสุมเสพยาภายในกุฏิอยู่เป็นประจำ ซึ่งเดิมทีเจ้าตัวมีกำหนดการที่จะลาสิกขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ภายหลังการตรวจค้นและสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายจักรินทร์ ไปทำพิธีลาสิกขา (สึกจากความเป็นพระ) ที่วัดหนองเกตุใหญ่ โดยขณะทำพิธี นายจักรินทร์ ได้ยกมือกราบขอโทษเจ้าอาวาส พร้อมยอมรับผิดว่าการกระทำของตนทำให้พระพุทธศาสนาต้องเสื่อมเสีย และยินดีรับโทษตามกฎหมายทุกประการ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับ นายจักรินทร์ ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย” ส่วนหญิงสาวทั้ง 2 คน ถูกแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ข้อมูลภาพและข่าวจาก: เช็กข่าว



