วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 22, 2026
หน้าแรกทั่วไปตม.หนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่าน! หมายจับศาลระยองพัวพันบัญชีม้า–ฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกนำเอกสารไปใช้ผิดกฎหมาย

ตม.หนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่าน! หมายจับศาลระยองพัวพันบัญชีม้า–ฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกนำเอกสารไปใช้ผิดกฎหมาย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตม.หนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่าน! หมายจับศาลระยองพัวพันบัญชีม้า–ฉ้อโกงออนไลน์ เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกนำเอกสารไปใช้ผิดกฎหมาย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคายรวบสาวลาววัย 28 ปี คาด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังตรวจพบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ในคดีสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชนและความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าตัวอ้างไม่รู้เห็นการกระทำผิด ระบุเคยใช้หนังสือเดินทางเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือขณะทำงานในประเทศไทย ก่อนเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ ยืนยันไม่ทราบว่ามีผู้นำเอกสารส่วนตัวไปใช้ก่อเหตุ เตรียมเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อร่วมงานศพญาติที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ถูกจับกุมเสียก่อน

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 จับกุม นางบุนมี อายุ 28 ปี สัญชาติลาว ชาวเมืองโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบัญชีม้าและการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกำกับดูแลในระดับกองบัญชาการ

ขณะที่ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ได้กำกับดูแลและสั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย โดย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย ดำเนินการสืบสวนหาข่าว ก่อนตรวจพบและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว

สำหรับหมายจับในคดีนี้ ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น รวมถึงสนับสนุนการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เป็นผู้รับผิดชอบคดี

พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามเบื้องต้น นางบุนมีให้การว่า เมื่อปี 2566 เคยเดินทางเข้ามาทำงานในจังหวัดชลบุรี และใช้หนังสือเดินทางของตนเองเปิดใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ก่อนเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนเมษายน 2567 และเดินทางกลับ สปป.ลาว เมื่อเดือนกันยายน 2569

ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปร่วมงานศพของญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในจังหวัดนครราชสีมา แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุม หลังตรวจพบว่ามีหมายจับติดตัว

ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่ทราบว่ามีบุคคลใดนำเอกสารส่วนตัวของตนไปใช้ในการกระทำความผิด และไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองมีหมายจับ อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในสำนวนคดี

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางบุนมีส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ถูกจับกุมยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ และยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล

Ad 1
Ad 2