วันพุธ, ตุลาคม 14, 2026
หน้าแรกสังคมพ่อใจสลาย รับศพลูกชายวัย 8 ขวบเสียชีวิตปริศนา

พ่อใจสลาย รับศพลูกชายวัย 8 ขวบเสียชีวิตปริศนา

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

วันที่ 13 ต.ค. 69 เวลา 14.30 น. ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ “ปวีณา” พา นายเอ (นามสมมุติ) ผู้เป็นพ่ออายุ 47 ปี เดินทางไปรับศพลูกชายวัย 8 ขวบ เป็นออทิสติกที่เสียชีวิตปริศนา สภาพศพมีรอยฟกช้ำที่หน้าท้อง แก้มด้านซ้าย หน้าอก แผ่นหลัง แขน ขา และตามตัว หลังไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงได้เพียง 1 เดือนเศษ พ่อร้อง “ปวีณา” ขอความช่วยเหลือชันสูตรศพสาเหตุการตายเชื่อมีเงื่อนงำ “ปวีณา” ประสาน พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี อายัดศพที่วัดทันทีขณะกำลังจัดงานศพ และนำศพเดินทางจาก จ. อุดรธานี ส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ มาถึงเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา มูลนิธิปวีณาฯ ดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางนำศพมาชันสูตร ซึ่งวันนี้ 13 ต.ค. เวลา 12.00 น. “ปวีณา” ได้ประสาน พ.ต.อ. ปกรณ์ วะศินรัตน์ รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (รอง ผบก.นต.รพ.ตร.) ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรศพ เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นกับนางปวีณา ว่า “พบบาดแผลภายนอกบริเวณท้องลำตัวมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ผ่าเข้าไปพบขั้วลำไส้ในช่องท้องฉีกขาด อวัยวะในช่องท้องช้ำ มีเลือดในช่องท้องจำนวนมาก เป็นสาเหตุการเสียชีวิต” หลัง “ปวีณา” รับทราบได้โทรศัพท์แจ้ง ผกก.สภ.น้ำโสม เพื่อสอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กก่อนเกิดเหตุซึ่งก็มีแม่และพ่อเลี้ยงเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที

สืบเนื่องจากวันที่ 11 ต.ค.69 นายเอ (นามสมมุติ) ชาว จ.นครราชสีมา ร้องทุกข์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” แจ้งว่า ลูกชายผมอายุ 8 ขวบ เป็นออทิสติกพูดไม่ได้เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงได้เพียง 1 เดือนเศษ (ช่วงวันที่ 2 ก.ย. 69 และเสียชีวิตในวันที่ 10 ต.ค.69) ก่อนหน้านี้ลูกชายอยู่กับลุง (พี่ชายแม่) กับป้าสะใภ้ ที่จ.นครพนม ก็สุขภาพแข็งแรงดี ก่อนที่แม่จะรับลูกชายมาอยู่ด้วยที่จ.อุดรธานี ได้เพียงเดือนเศษ วันที่ 10 ต.ค.69 อดีตภรรยาโทรมาบอกว่าลูกป่วยเป็นไข้ 3 วันแล้วมีอาการชักพาไปส่ง รพ. ก็เสียชีวิต ตนสงสัยอดีตภรรยาบอก “ไม่ให้เข้าไปยุ่ง จะจัดงานศพเอง” และจะเผาในวันที่ 13 ต.ค.นี้ ซึ่งตนสงสัยเพราะมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ตนอยากจะนำศพลูกมาส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางส่งศพชันสูตรถึง 8,000 บาท ตนไม่มีเงิน ขณะเดียวกันแม่เด็กก็ไปเร่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบรับศพไปทำพิธีทางศาสนา ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงโพสต์ในโซเชียล มีคนเห็นใจแนะนำว่า “ให้ติดต่อ ปวีณา เขาช่วยได้” ตนจึงรีบติดต่อมูลนิธิปวีณาฯ ทันที และท่านปวีณาได้ ช่วยเหลือค่าเดินทางส่งศพไปชันสูตรให้ พร้อมกับประสานกับ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ. น้ำโสม จ.อุดรธานี ให้ตนเดินทางจาก จ.นครราชสีมา ไปพบ โดย ผกก. พาตนไปอายัดศพที่วัดทันที ซึ่งแม่กับพ่อเลี้ยงกำลังจัดงานศพอยู่ ตนเห็นสภาพลูกชายมีรอยฟกช้ำที่หน้าท้อง แก้มด้านซ้าย หน้าอก แผ่นหลัง แขน ขา และตามตัว เชื่อว่าลูกของตนต้องเสียชีวิตอย่างเจ็บปวดทรมานแน่ จึงต้องการจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องจากเพจเฟซบุ๊กมูลนิธิปวีณาฯ วันที่ 11 ต.ค. ได้ประสาน พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ทันที ให้พ่อเดินทางไปพบ ผกก. พาพ่อไปที่วัดซึ่งกำลังจัดงานศพเพื่ออายัดศพ และมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานรถขนศพของอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจากกรุงเทพฯ ไปรับศพที่ จ.อุดรธานี เนื่องจากพ่อยากจน มูลนิธิปวีณาฯ จึงได้ออกค่าเดินทางนำศพมาชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ และนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านพ่อ จ. นครราชสีมา เป็นจำนวนเงิน 11,500 บาท วันที่ 13 ต.ค. 69 เวลา 13.00 น. นางปวีณา ได้โทรศัพท์ประสานไปยัง พ.ต.อ.ปกรณ์ วะศินรัตน์ รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (รอง ผบก.นต.รพ.ตร.) ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรศพ เปิดเผยกับนางปวีณา สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น พบบาดแผลภายนอกบริเวณท้องลำตัวมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ผ่าเข้าไปพบขั้วลำไส้ในช่องท้องฉีกขาด อวัยวะในช่องท้องช้ำ มีเลือดในช่องท้องจำนวนมาก เป็นสาเหตุการเสียชีวิต หลังทราบเรื่องนางปวีณา ได้โทรศัพท์แจ้ง พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ. น้ำโสม จ.อุดรธานี เพื่อให้สอบสวนผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กก่อนเสียชีวิต ซึ่งก็มีแม่และพ่อเลี้ยงเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดร่วมกับ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ. น้ำโสม จ.อุดรธานี ล่าสุด นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ปกรณ์ วะศินรัตน์ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ สรุปการเสียชีวิต ในใบแจ้งการตายว่า ขั้วลำไส้ฉีกขาดฟกช้ำ เสียโลหิตปริมาณมากในช่องท้อง จากการกระทบกระเทือนรุนแรง

จากนั้นนางปวีณา ได้โทรศัพท์แจ้งให้ พ.ต.อ.ศรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ทราบทันที โดย ผกก.ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ส่งสำเนาเอกสารให้ทาง ผกก. เพื่อทำการสอบสวนทันที และนายเอ (นามสมมุติ) พ่อของ ด.ช.วัย8ขวบยืนยันจะดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงให้ถึงที่สุด และวันนี้ นายเอ ได้รับศพลูกชาย กลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครราชสีมา สวด 1 คืน และจะเผาในวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. 69 นี้ มูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพจำนวน 5,000 บาท และค่ารถอาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งศพมาชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจและรับกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.นครราชสีมา จำนวน 11,500 บาท และวันที่ 15 ต.ค. 69 มูลนิธิปวีณาฯ จะพานายเอ เดินทางไปพบตำรวจ สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี เพื่อให้ปากคำและดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

Ad 1
Ad 2