วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีCIB ตามล่า 2 ปี 9 เดือน! รวบสมาชิก 'แก๊งสแกมเมอร์' คาด่านคลองลึก พบเพื่อนร่วมแก๊งโดนคุกแล้ว 30 ปี

CIB ตามล่า 2 ปี 9 เดือน! รวบสมาชิก ‘แก๊งสแกมเมอร์’ คาด่านคลองลึก พบเพื่อนร่วมแก๊งโดนคุกแล้ว 30 ปี

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

CIB ตามล่า 2 ปี 9 เดือน! รวบสมาชิก ‘แก๊งสแกมเมอร์’ คาด่านคลองลึก พบเพื่อนร่วมแก๊งโดนคุกแล้ว 30 ปี

สระแก้ว — ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. ล่าข้ามประเทศนานกว่า 2 ปี 9 เดือน แกะรอยรวบผู้ต้องหาขบวนการองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลอกคนไทยบังคับทำแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา คาด่านพรมแดนบ้านคลองลึก เผยร่วมขบวนการบังคับเหยื่อเปิดบัญชีม้า-เรียกค่าไถ่ พบเพื่อนร่วมแก๊ง 6 รายก่อนหน้า ถูกศาลสั่งจำคุกหนักคนละ 30 ปีไม่รอลงอาญา

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยาศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พร้อมชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ณรงเวทย์ จิวเดช สว.กก.2 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม นายอิศระ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4791/2566 ลงวันที่ 26 ธ.ค. 2566 โดยจับกุมได้บริเวณหน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจรับตัวคนไทยจำนวน 193 ราย ที่ถูกทางการกัมพูชาส่งตัวกลับประเทศ ณ ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) ตรวจเช็กหมายจับและ Case ID อย่างละเอียดข้ามคืน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 22.30 น. จนกระทั่งพบว่า นายอิศระ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าของคดีใหญ่ ซึ่งจากการตรวจประวัตินอกจากหมายจับคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว ยังพบหมายจับติดตัวอีก 3 หมาย จากศาลจังหวัดนนทบุรี (2 หมาย) และศาลจังหวัดฮอด (1 หมาย) ในความผิดฐานฉ้อโกงและนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

เปิดพฤติการณ์เหยื่อร้องถูกหลอก-รีดค่าไถ่

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ได้มีกลุ่มผู้เสียหาย 10 ราย เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. หลังหลงเชื่อคำชักชวนให้ไปทำงานเป็น “แอดมิน” ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกพาเข้าฐานปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา เหยื่อทั้งหมดถูกยึดเอกสารสำคัญ บังคับให้เปิดบัญชีม้า และข่มขู่ให้หลอกลวงคนไทยด้วยกัน รายใดขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ หากต้องการกลับประเทศไทยต้องยอมจ่าย “ค่าไถ่ตัว” เป็นเงินจำนวนมาก จนผู้เสียหายบางรายต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาไถ่ตัวเองออกมา

จากการสืบสวนเชิงลึกของตำรวจ ปคม. พบว่าขบวนการนี้ทำงานในรูปแบบ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” แบ่งหน้าที่กันชัดเจนตั้งแต่ สายหาเหยื่อ, สายควบคุมดูแล และบอสใหญ่ชาวจีน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 11 ราย แบ่งเป็นคนไทย 9 ราย และนายทุนชาวจีน 2 ราย

ศาลสั่งจำคุกแก๊งก่อนหน้า 30 ปี — รายนี้ยังปฏิเสธ

ที่ผ่านมา ตำรวจ กก.2 บก.ปคม. ได้แกะรอยติดตามจับกุมผู้ต้องหาฝั่งคนไทยไปได้แล้ว 6 ราย และส่งฟ้องต่อศาลอาญา ซึ่งต่อมาศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย รายละ 30 ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากพิจารณาเห็นว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนอย่างมหาศาล และกระทำผิดต่อมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง

สำหรับ นายอิศระ ผู้ต้องหารายนี้ ถือเป็นสมาชิกฝั่งคนไทยรายที่ 7 ที่ถูกจับกุมได้ หลังหลบหนีนานกว่า 2 ปี 9 เดือน จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเดินทางไปทำงานที่ประเทศกัมพูชาพร้อมกับกลุ่มผู้เสียหายจริง และทำหน้าที่เพียงแค่ดูแลคนไทยที่ไปทำงาน แต่ไม่ได้เป็นผู้ชักชวน ส่วนเรื่องการบังคับข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย หรือเรียกค่าไถ่นั้น ตนเองไม่ทราบเรื่องและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอิศระ ส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา 1) มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2) ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานต่างประเทศได้ และ 3) ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงหรือข่มขืนใจพาคนออกนอกราชอาณาจักร ขณะที่ผู้ต้องหาคนไทยอีก 2 ราย และบอสใหญ่ชาวจีนอีก 2 ราย ทางตำรวจกำลังเร่งประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

Ad 1
Ad 2