วันจันทร์, ตุลาคม 12, 2026
หน้าแรกทั่วไปตม.เชียงแสนสกัดจับหนุ่มวัย 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คาด่านชายแดนไทย–ลาว ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

ตม.เชียงแสนสกัดจับหนุ่มวัย 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คาด่านชายแดนไทย–ลาว ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตม.เชียงแสนสกัดจับหนุ่มวัย 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คาด่านชายแดนไทย–ลาว ก่อนเผ่นหนีออกนอกประเทศ

เดินหน้าตามนโยบาย ผบ.ตร. “คนไม่ดีห้ามเข้า ปิดประตูอาชญากรหนีหมายจับออกนอกประเทศ” เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเข้ม หลังสายลับแจ้งเบาะแส พบผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน–ฟอกเงิน เตรียมเดินทางข้ามแดน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน สนธิกำลังเฝ้าระวังและจับกุมบุคคลตามหมายจับศาลอาญา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย–ลาว หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า มีบุคคลซึ่งมีหมายจับเตรียมเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยสามารถควบคุมตัวไว้ได้ก่อนเดินทางข้ามแดน

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าและออกนอกราชอาณาจักร พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างจริงจังในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นผู้กระทำผิดที่อาจใช้ช่องทางชายแดนหลบหนีออกนอกประเทศ

การปฏิบัติอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล รอง ผบก.ตม.5 โดยสั่งการให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน, พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน และ พ.ต.ท.หญิง ชุลีกร ลิมวิเศษศักดิ์ สว.ด่าน ตม.เชียงแสน จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามและเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย รวมถึงผู้ที่มีหมายจับและอาจใช้ช่องทางผ่านแดนหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อมา เวลาประมาณ 18.00 น. วันเดียวกัน ชุดจับกุมซึ่งนำโดย ร.ต.อ.วินัย เชยบาน รอง สว.ด่าน ตม.เชียงแสน ได้ตรวจพบนายธนวัฒน์ อายุ 42 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 2084/2568 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมบริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย–ลาว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

สำหรับหมายจับดังกล่าว เป็นคดีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือน ปลอมแปลง หรือเป็นเท็จ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงข้อกล่าวหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และมีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินตามที่ระบุในหมายจับ ตลอดจนร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันเป็นอั้งยี่

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายธนวัฒน์นำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (กก.3 บก.ปอท.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งมาตรการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นบุคคลตามหมายจับที่อาจใช้ช่องทางชายแดนหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลเข้า–ออกประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชายแดนกลายเป็นช่องทางหลบหนีของผู้ต้องหาตามหมายจับ

Ad 1
Ad 2