ทลายรังใหญ่ฝั่งธนฯ! บุกยึดบุหรี่ไฟฟ้า 3 แสนชิ้น มูลค่าทะลุ 100 ล้าน รวบ 7 ลูกจ้างแพ็กส่งออนไลน์ เร่งล่าตัวนายทุน
กรุงเทพฯ – ตำรวจสืบนครบาลสนธิกำลังกรมสรรพสามิต นำกำลังบุกทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าใหญ่ 2 จุด ย่านฝั่งธนบุรี ยึดของกลางกว่า 300,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท รวบ 7 ลูกจ้างคาหนังคาเขาขณะกำลังแพ็กสินค้าส่งขายออนไลน์ เร่งขยายผลล่าตัวนายทุนเบื้องหลังมาดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผบก.น.8, นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผอ.สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น., บก.น.8, สน.บุคคโล และ สน.สำเหร่ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายจำนวน 2 จุด ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ
ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้ทำการล่อซื้อและสืบขยายผลจนทราบว่า กลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ได้ใช้โกดังย่านฝั่งธนบุรีเป็นแหล่งพักสินค้า ก่อนจะแพ็กและกระจายส่งจำหน่ายให้ลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นจุดแรก ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ภายในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี พบผู้ต้องหา 7 ราย กำลังเร่งแพ็กสินค้าใส่กล่องเพื่อเตรียมจัดส่งตามออเดอร์
จากการตรวจสอบภายในอาคารดังกล่าว พบสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุอยู่ในลังจัดเก็บเต็มพื้นที่ทั้ง 3 ชั้น โดยชั้นที่ 1 พบประมาณ 175,000 ชิ้น, ชั้นที่ 2 พบประมาณ 150,000 ชิ้น และชั้นที่ 3 พบอีกประมาณ 50,000 ชิ้น รวมของกลางจุดแรกกว่า 300,000 ชิ้น ประเมินมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 รายไว้สอบสวน เบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นเพียงลูกจ้าง คอยทำหน้าที่แพ็กและจัดส่งสินค้าตามคำสั่งของนายจ้างเท่านั้น
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นจุดที่สอง ซึ่งเป็นตึกแถว 3 ชั้น ในพื้นที่แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่พักสินค้าเช่นเดียวกัน ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบผู้อยู่อาศัย แต่พบบุหรี่ไฟฟ้าซุกซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบ
ด้าน นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผอ.สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ของกลางที่ตรวจยึดได้มีหลายประเภท ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงบุหรี่ประเภทไอคอสและเทียร่า ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำเข้าผ่านระบบขนส่งโดยไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตอย่างถูกต้อง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203 และ 204 ในข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” และ “มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานกรมสรรพสามิตตรวจยึดของกลางไปทำลายตามระเบียบ และเร่งขยายผลติดตามจับกุมนายทุนใหญ่ รวมถึงผู้ร่วมเครือข่ายทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป




