วันจันทร์, กันยายน 28, 2026
หน้าแรกภัยพิบัตินครนายกอ่วม! น้ำป่าทะลักสมทบเขื่อนขุนด่านฯ ปล่อยน้ำ ท่วมถนน 3049 บ้านเรือนจมน้ำ ชาวบ้านเก็บของหนีไม่ทัน

นครนายกอ่วม! น้ำป่าทะลักสมทบเขื่อนขุนด่านฯ ปล่อยน้ำ ท่วมถนน 3049 บ้านเรือนจมน้ำ ชาวบ้านเก็บของหนีไม่ทัน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.นครนายก หลังเขื่อนขุนด่านปราการชลปล่อยน้ำผ่านทาง Spillway ประกอบกับมีน้ำป่าจากบริเวณน้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกนางรอง และคลองมะเดื่อ ไหลหลากลงมาสมทบอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง
โดยเฉพาะถนนหลวงแผ่นดิน 3049 บริเวณ ต.หินตั้ง และสี่แยกประชาเกษม ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก มีน้ำไหลท่วมผิวการจราจรและเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนตั้งตัวไม่ทัน ขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านได้เพียงบางส่วน ขณะที่บางรายต้องเร่งนำสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข ออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างเร่งด่วน

ชาวบ้านบริเวณสี่แยกประชาเกษมรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้เฝ้าระวังสถานการณ์และขับรถออกไปสำรวจระดับน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ กระทั่งได้รับโทรศัพท์จากลูกชายแจ้งว่าน้ำไหลเข้าท่วมบ้าน จึงรีบเดินทางกลับมาตรวจสอบ ก่อนพบว่าน้ำเข้าท่วมบ้านแล้วและมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านรายดังกล่าวระบุว่า พื้นที่นี้เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก โดยในรอบประมาณ 25 ปี ไม่เคยพบมวลน้ำที่ไหลมาเร็วและรุนแรงเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากขนย้ายข้าวของไม่ทันและได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ ต.หินตั้ง ก็มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยคุณยายผู้ประสบภัยรายหนึ่งเล่าว่า บ้านของตนอยู่ในพื้นที่ต่ำ จึงพยายามเก็บข้าวของขึ้นที่สูงไว้บางส่วน แต่ขณะนี้ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ภายในบ้านได้ ต้องนำหมอนและสิ่งของจำเป็นไปพักที่วัดเป็นการชั่วคราว และหวังว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลายและระดับน้ำลดลงในเร็ววัน
ล่าสุด หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองนครนายกยังคงมีน้ำท่วมสูง ประชาชนต่างเร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง ท่ามกลางกระแสน้ำที่ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานราชการได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ลำคลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งยกสิ่งของเครื่องใช้ และทรัพย์สินขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังคงมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอาจจำเป็นต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและช่วยเหลือกัน ขนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ประสบภัย

เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

Ad 1
Ad 2