วันจันทร์, กันยายน 21, 2026
หน้าแรกภูมิภาคสส.เขต3 ประจวบฯ นำกรรมาธิการการบริหารจักการทรัพยากรน้ำสภาผู้แทนราษฏร์ บุกบางสะพานน้อย แก้ภัยแล้ง น้ำกัดเซาะชายฝั่งทะเล

สส.เขต3 ประจวบฯ นำกรรมาธิการการบริหารจักการทรัพยากรน้ำสภาผู้แทนราษฏร์ บุกบางสะพานน้อย แก้ภัยแล้ง น้ำกัดเซาะชายฝั่งทะเล

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 20 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานที่หอประชุมโรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์  นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฏร นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ นายวิโรจน์ ชูแล้ว นายอำเภอบางสะพานน้อย นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากแพรก นายพนม ศรีซ้อน สมาชิกสภาจังหวัด(สจ.)เขต อำเภอบางสะพานน้อย  พร้อมผู้เกี่ยวข้องและชาวบ้านกว่า 700 คน ร่วมสัมมนาเรื่อง การเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธโดยนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อปริมาณและการกระจายตัวของน้ำในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโดยมีพื้นที่เกษตรกรรมแหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความต้องการใช้น้ำในหลายภาคส่วน ขณะเดียวกันลักษณะทางภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ทำให้บางช่วงเวลามีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในการจัดสรรน้ำระหว่างผู้ใช้น้ำในแต่ละภาคส่วน หากไม่มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมจะเกิดปัญหาระยะยาว ส่วนปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเกือบตลอดแนว เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข ป้องกันและฟื้นฟู โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลจึงมีความจำเป็น ส่วนปัญหาภัยแล้งนั้นก็ต้องรีบหาวิธีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะแหล่งน้ำสำรองต้องมีอย่างเพียงพอ 
“การสัมมนาครั้งนี้เพื่อสงเสริมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี “นายพงษ์พันธ์ กล่าว 
 ณัฐธภพ พันสาย ผู้สื่อข่าวจ.ประจวบคีรีขันธ์

Ad 1
Ad 2