วันพฤหัสบดี, กันยายน 10, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมปทุมธานี โจรบุกเดี่ยวปล้นธนาคารกลางตลาด กวาดเงินกว่า 1.54 ล้าน เผารถทิ้งก่อนหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

ปทุมธานี โจรบุกเดี่ยวปล้นธนาคารกลางตลาด กวาดเงินกว่า 1.54 ล้าน เผารถทิ้งก่อนหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ปทุมธานี โจรบุกเดี่ยวปล้นธนาคารกลางตลาด กวาดเงินกว่า 1.54 ล้าน เผารถทิ้งก่อนหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 16.30น.

เกิดเหตุคนร้ายชาย 1 ราย ใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารแห่งหนึ่ง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เงินสดไปจำนวน 1,541,704 บาท ก่อนนำรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปเผาทิ้งในป่ารกร้าง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ แล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเบื้องต้น พบว่าคนร้ายมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี โดยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา ที่ใช้เป็นยานพาหนะ ได้ขับเข้ามาดูลาดเลาบริเวณธนาคารติดต่อกันหลายวัน ก่อนตัดสินใจลงมือก่อเหตุในวันนี้ เวลาประมาณ 15.55 น. ซึ่งเป็นช่วงก่อนธนาคารปิดให้บริการเวลา 16.00 น.

ขณะเกิดเหตุภายในธนาคารไม่มีประชาชนเข้ามาใช้บริการ มีเพียงเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้ตรวจสอบอยู่ภายใน คนร้ายได้ขับรถยนต์มาจอดบริเวณด้านหน้าธนาคาร ก่อนเดินเข้ามาภายใน จากนั้นปิดประตูและใช้แป๊บเหล็กคล้องบริเวณมือจับประตูทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเปิดประตูเข้ามาได้

จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ พร้อมเรียกร้องให้ส่งมอบเงินสดทั้งบริเวณเคาน์เตอร์และภายในตู้เซฟ เมื่อได้ทรัพย์สินตามต้องการแล้ว จึงรีบออกจากธนาคารและขับรถยนต์หลบหนีไป โดยใช้เวลาในการก่อเหตุไม่นาน

สำหรับรูปพรรณคนร้ายเบื้องต้นเป็นชาย สูงประมาณ 170 เซนติเมตร พูดสำเนียงภาคกลาง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเส้นทางหลบหนีและเบาะแสเพิ่มเติม

ต่อมาไม่นาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณโคกดินตรงข้ามสถาบันเอไอที ถนนพหลโยธินขาเข้า ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงนำรถบรรทุกน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบรถยนต์ที่ถูกเพลิงไหม้ และตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์คันเดียวกับที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคาร จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบทันที เบื้องต้นยังไม่พบผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว

ต่อมา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหมายเลขตัวถังรถยนต์ เพื่อสืบหาผู้ครอบครองและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งบริเวณธนาคารและเส้นทางโดยรอบ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานและใช้เทคนิคทางการสืบสวน เพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

Ad 1
Ad 2