รวบทาสยาคลั่งขู่ฆ่าแม่กรรโชกทรัพย์ หนีซุกหนองครกพบยาบ้าคามือ ส่งดำเนินคดีไร้สิทธิบำบัด
ศรีสะเกษ – ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองศรีสะเกษผนึกกำลังผู้นำท้องที่ สนทับจับกุมทาสยาเสพติดหลงผิด ก่อเหตุอาละวาดทุบทำลายข้าวของ ใช้มีดพร้าข่มขู่บังคับเอาเงินจากมารดาผู้มีพระคุณมานานหลายปี ตรวจพบของกลางยาบ้าคามือ คัดกรองปัสสาวะสีม่วงเข้ม สอดคล้องพฤติกรรมเสพซ้ำและเป็นภัยสังคม หมดสิทธิเข้ารับการบำบัด ต้องรับโทษทางอาญาสุดกำลัง
เหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยขึ้นหลังอำเภอเมืองศรีสะเกษได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลซำ ว่ามีชายรายหนึ่งมีพฤติกรรมเสพสารเสพติดและก่อความวุ่นวายอย่างหนัก โดยชอบใช้มีดพร้าทุบทำลายทรัพย์สินในบ้าน และข่มขู่เอาเงินจากมารดาเพื่อนำไปซื้อยาบ้า ซึ่งพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 จนทำให้มารดา พร้อมด้วยสามีและลูกสาว ทนพฤติกรรมไม่ไหวต้องหอบข้าวของหนีไปอาศัยอยู่ที่ตำบลหนองครก แต่ผู้ก่อเหตุยังตามไปราวีและลงมือซ้ำๆ แม้ครอบครัวจะพาย้ายเข้าศูนย์บำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อออกมาก็กลับไปเสพและก่อเหตุเช่นเดิม
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับผู้ปกครองท้องที่ตำบลซำ ได้เข้าตรวจค้นบ้านสวนในพื้นที่ตำบลหนองครก พบตัวผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้าน ผลการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดพบเป็นบวก และจากการค้นห้องนอนพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 6 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ
จากการสอบสวนพ่อและแม่ของผู้ต้องหา ยืนยันว่าลูกชายมีพฤติกรรมรุนแรงและเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ไม่เข้าเงื่อนไขสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามมาตรา 114 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ต้องถูกดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 11.29 น. มารดาในฐานะผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมในข้อหา “กรรโชกทรัพย์” (ตามมาตรา 337) และ “ทำให้เสียทรัพย์” (ตามมาตรา 358) ได้เป็นที่เรียบร้อย หลังติดขัดขั้นตอนบางประการในวันแรก โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป




