ระทึกกลางกรุง! ไฟไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ลามตึกข้างเคียงโครงสร้างทรุด เจ็บ 3 ราย คุมเพลิงได้แล้ว
วรจักร, กรุงเทพฯ — เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่สร้างความตื่นตระหนกย่านการค้าใจกลางเมือง โดยไฟได้โหมกระหน่ำอาคาร “คลองถมเซ็นเตอร์” ถนนวรจักร ก่อนลุกลามไปยังตึกแถวข้างเคียง โครงสร้างอาคารบางส่วนทรุดตัวลงเนื่องจากความร้อนสะสม ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดมกำลังคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว
โหมแรง-ลามตึกข้างเคียง
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 20.42 น. วันที่ 28 สิงหาคม บริเวณร้านค้าชั้น 1 ของอาคารคลองถมเซ็นเตอร์ แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสถานีสวนมะลิจะรุดเข้าพื้นที่ภายใน 3 นาที แต่ด้วยเชื้อเพลิงจำนวนมากและสภาพอาคารที่เอื้อต่อการติดไฟ ทำให้ไฟลุกลามขึ้นสู่ชั้นลอยใต้ลานจอดรถอย่างรวดเร็วเต็มพื้นที่ในเวลา 21.15 น.
ท่ามกลางเสียงระเบิดปะทุดังเป็นระยะ ศูนย์วิทยุพระราม 199 ต้องระดมกำลังรถดับเพลิงจากกว่า 8 สถานีเข้าสนับสนุน กระทั่งเวลา 22.48 น. เปลวเพลิงได้ลุกลามข้ามไปยังอาคารตึกแถวฝั่งถนนเจริญกรุง-เสือป่า ซึ่งเป็นย่านจำหน่ายเครื่องเสียง แบตเตอรี่ และสายไฟ
อุปสรรคฟาซาดอาคารและโครงสร้างเหล็กเสี่ยงถล่ม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยว่า อุปสรรคสำคัญคือ “ฟาซาด” (Facade) หรือเปลือกอาคารที่กั้นขวาง ทำให้การฉีดน้ำจากภายนอกทะลวงเข้าด้านในทำได้ยาก ประกอบกับมีสินค้าประเภทแบตเตอรี่ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี แม้ระบบสปริงเกอร์จะทำงานแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด
ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า ไม่สามารถส่งกำลังพลเข้าไปภายในได้ เนื่องจากโครงสร้างเหล็กเมื่อเจอความร้อนสูงจะยุบตัวภายใน 1 ชั่วโมง สอดคล้องกับรายงานช่วงเวลา 21.51 น. และ 22.16 น. ที่กันสาดและโครงสร้างบางส่วนเริ่มทรุดตัวลง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
ยืนยันคุมเพลิงได้ 80% เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
ต่อมาเวลา 23.13 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบและยืนยันว่าควบคุมเพลิงได้แล้วประมาณ 80% ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ติดค้าง พร้อมดูแลเยียวยาเจ้าหน้าที่ผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางรอบคลองถมเด็ดขาด เนื่องจากยังต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเฝ้าระวัง
ในเวลา 23.45 น. สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นำโดย นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขต พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมเปิด ศูนย์รับลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเบื้องต้นทันที



























