กลุ่มพลังมวลชนชาวปราจีนบุรี ได้นัดรวมตัวเดินทางไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี ปรากฏว่า ที่ศูย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดเส้นทางเข้าพื้นที่ศูนย์ราชการ รวมทั้งมีคำสั่งให้ปิดประตูรั้วของศูนย์ราชการทั้งหมด ทำให้การจราจรติดขัดจำนวนมาก เนื่องจากมีข้าราชการจำนวนมากไม่ทราบและไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ต้องใช้ประตูทางเข้าศาลจังหวัดปราจีนบุรีแทน
ในช่วงเช้า ทางกลุ่มมวลชนกำลังรอทีมงานจากอำเภอต่างๆ ที่กำลังเดินทางไปรวมตัวกัน ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มมวลชนจะมีการปราศรัยถึงการเดินทางมารวมตัวเรียกร้องในครั้งนี้ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และมวลชนที่เดินทางมาครั้งนี้พร้อมใบแถลงการ ดังนี้ แถลงการณ์ขอให้รัฐบาลยุติการจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีมติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบในหลักการให้นําจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทั้งที่ภาคประชาชนได้ยื่นข้อคัดค้าน พร้อมทั้งเสนอข้อมูลและ เหตุผลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด แต่เสียงและข้อกังวลของประชาชนกลับไม่ได้ รับการพิจารณาอย่างมีความหมาย
วันนี้ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนในนาม “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” จึงมารวมตัวชุมนุม ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อเรียกร้อง และผลการเจรจากับรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 มิถนายน 2569 ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ได้ให้คำมั่นว่าจะนําข้อเรียกร้องของเครือข่าย ไปหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัธมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อพิจารณาทบทวนและยกเลิกการขยาย EEC มายัง จังหวัดปราจีนบรี ตามข้อเสนอของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง
บัดนี้ เวลาผ่านมากว่า 45 วันแล้ว แต่ประชาชนยังไม่ได้รับคําตอบหรือเห็นความคืบหน้า ที่ชัดเจนจากรัฐบาล พวกเราจึงจำเป็นต้องออกมาติดตามคำมั่นที่รัฐบาลได้ให้ไว้ และทวามความวับผิดชอบต่อข้อตกลงทีเกิดขึ้นจากการเจรจากับประชาชน พวกเราในนาม “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” พร้อมด้วยประชาชน 11,207
รายชื่อตามที่ได้ยืนต่อรัฐบาถแล้ว ขอประกาศยืนยันเหตุผลที่รัฐบาลต้องยุติการนํา จังหวัดปราจีนบรีเข้าส่ EEC เช่น จังหวัดปราจีนบุรีมีศักยภาพและจุดแข็งด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พื้นที่ต้นน้ำและป่าไม้สำคัญ เช่น ติดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ น้ำตจำนวนมาก รวมถึงอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเศรษฐกิจฐานทรัพยากรได้




