วันพุธ, กันยายน 23, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีผ่าโต๊ะโผสีกากีเดือด! เช็กกระแส "ตัวเต็ง-เด็กเส้น" จับตานายพล 156 เก้าอี้ ชี้ชะตาองค์กรตำรวจ

ผ่าโต๊ะโผสีกากีเดือด! เช็กกระแส “ตัวเต็ง-เด็กเส้น” จับตานายพล 156 เก้าอี้ ชี้ชะตาองค์กรตำรวจ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ผ่าโต๊ะโผสีกากีเดือด! เช็กกระแส “ตัวเต็ง-เด็กเส้น” จับตานายพล 156 เก้าอี้ ชี้ชะตาองค์กรตำรวจ

เปิดฉากฤดูกาลแต่งตั้งนายพลตำรวจประจำปี สะเทือนวงการสีกากีอีกระลอก เมื่อโผรายชื่อโยกย้ายระดับ รอง ผบ.ตร. ลงมาถึง ผบก. ว่างรวมทั้งสิ้น 156 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง, ผบช. 19 ตำแหน่ง, รอง ผบช. 41 ตำแหน่ง และ ผบก. 90 ตำแหน่ง งานนี้ดีกรีความเข้มข้นทะลุปรอท มีทั้งเสียงชื่นชมในผลงานระดับมืออาชีพ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเงาการเมืองและเด็กฝากที่ยังคงเกาะกินระบบแต่งตั้งตำรวจไทย

📌 เจาะลึกรายชื่อระดับ “แกนนำ” และเสียงสะท้อนจากสนามจริง

1. ระดับ รอง ผบ.ตร. (ว่าง 3 ตำแหน่ง)

พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร

พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา

พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์

🔍 เสียงสะท้อนวงใน: การขยับขึ้นสู่เก้าอี้ระดับ รอง ผบ.ตร. ทั้ง 3 รายนี้ ถือเป็นตัวแทนสายบริหารและงานสืบสวนสอบสวนที่มีเส้นทางรับราชการยาวนาน ท่ามกลางความคาดหวังของกำลังพลว่า ทั้งสามท่านจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปองค์กรและดูแลสวัสดิการของลูกน้องได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการกลั่นกรองคดีใหญ่ๆ ที่สังคมกำลังจับตา

2. ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ว่าง 6 ตำแหน่ง)

รายชื่อผู้จองกฐินขยับขึ้น ได้แก่:

พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย (ผบช.ประจำฯ)

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ (ผบช.ศ.)

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง (ผบช.ปส.)

พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ (ผบช.สตส.)

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ (ผบช.ภ.7)

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร (ผบช.ภ.5)

⭐️ มุมมองเชิงบวก (ฝั่งเชียร์): ถือเป็นการตบเท้าขึ้นรับตำแหน่งตามวาระของนายพลมือสะอาดและผ่านงานหน้างานสำคัญมาโชกโชน หลายคนเป็นที่ยอมรับในความเด็ดขาดและการบริหารจัดการกำลังพลที่มีประสิทธิภาพ สมควรแก่เวลาในการขึ้นมาคุมบังเหียนระดับนโยบายภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

3. ระดับ ผบช. (ว่าง 19 ตำแหน่ง) และการขยับสลับเก้าอี้ร้อน

จุดที่น่าจับตาที่สุดคือเก้าอี้แม่ทัพภาคและหน่วยงานหลัก:

พล.ต.ท.สยาม บุญสม (ผบช.น.) และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย (ผบช.ก.) ยังคงรักษาเก้าอี้เดิมไว้ได้ ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงผลงานในพื้นที่เมืองหลวงและหน่วยสอบสวนกลางที่ยังเข้าตาผู้มีอำนาจ

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ โยกนั่งเก้าอี้ร้อน ผบช.สตม. ถือเป็นโจทย์ปราบเซียนในการจัดการปัญหานอมินีและแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ขยับนั่ง จตร.

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ขึ้นเป็น ผบช.สอท. (ตำรวจไซเบอร์) และ พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง เป็น ผบช.ทท. (ตำรวจท่องเที่ยว)

⚖️ วิเคราะห์เสียงวิจารณ์: จุดบอดและข้อกังขาในการแต่งตั้ง

แม้จะมีนายพลหลายท่านที่เหมาะสมกับตำแหน่ง แต่ในทางกลับกัน โผรอบนี้ก็หนีไม่พ้นเสียงครหาจากกูรูวงการสีกากีและเสียงบ่นอุบจากโรงพัก:

ตั๋วการเมืองและเด็กเส้นยังทรงอิทธิพล: มีกระแสข่าวลอดรั้วปทุมวันหนาหูว่า ตำแหน่งสำคัญระดับผู้บัญชาการหลายเก้าอี้ มีการ “ล็อกสเปก” ตามใบสั่งของผู้มีอำนาจนอกหน่วย ทำให้ตำรวจเก่งๆ ที่ไม่มีเส้นสายหรือแบ็กอัพทางการเมืองต้องถูกเบียดตกขบวน กลายเป็นรอยร้าวและบั่นทอนขวัญกำลังใจคนทำงานระดับปฏิบัติการ

ความเหมาะสมกับหน้างาน: บางตำแหน่งที่มีการโยกย้ายข้ามห้วย หรือขยับบุคคลที่เคยมีข้อครหาในอดีตขึ้นมาคุมหน่วยงานเกรด A สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่สังคมว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ยึด “ผลงานประชาชน” หรือยึด “ผลประโยชน์กลุ่มก๊วน” เป็นหลัก

ปัญหาเลือดไหลออก: การที่ผู้ทรงคุณวุฒิหรือนายพลมือปราบฝีมือดีหลายท่านต้องจำยอมรับตำแหน่ง “ประจำ สง.ผบ.ตร.” หรือเก้าอี้ลอยอย่างไร้ภารกิจชัดเจน สะท้อนถึงการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ไม่คุ้มค่า และอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน

🔍 บทสรุปทิ้งท้าย

โผลسีกากีรอบนี้ แม้จะเป็นการจัดทัพเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาอาชญากรรมและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความยุติธรรมในระบบแต่งตั้ง” ยังคงเป็นคำถามตัวโตๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบตกซ้ำซาก ประชาชนและกำลังพลชั้นผู้น้อยคงทำได้เพียงจับตาดูผลงานของนายพลป้ายแดงเหล่านี้ว่า เมื่ออำนาจอยู่ในมือแล้ว พวกเขาจะ “คืนความสุขและผดุงความยุติธรรม” ให้สังคม หรือจะตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอิทธิพลตามที่เสียงวิจารณ์กังขาไว้แต่ต้น!

Ad 1
Ad 2