วันเสาร์, สิงหาคม 15, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีบทเรียนราคาแพง! รวบสาวคาอกแม่วันแม่แห่งชาติ รับเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสูญกว่า 3.6 แสน

บทเรียนราคาแพง! รวบสาวคาอกแม่วันแม่แห่งชาติ รับเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสูญกว่า 3.6 แสน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

บทเรียนราคาแพง! รวบสาวคาอกแม่วันแม่แห่งชาติ รับเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสูญกว่า 3.6 แสน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) นำกำลังบุกรวบสาววัย 23 ปี ตามหมายจับคดีบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลงทุนออนไลน์ ซวยซ้ำถูกจับกุมตัวต่อหน้าคุณแม่พอดีในวันแม่แห่งชาติ เจ้าตัวอ้างตกเป็นเหยื่อแอปพลิเคชันกู้เงินเถื่อนจนข้อมูลหลุด

เปิดปฏิบัติการรวบคาตาแม่ลูก

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. สนธิกำลังเข้าจับกุมตัว นางสาวปิยะมาศ หรืออาย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.708/2569 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569

โดยเจ้าหน้าที่สามารถแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการควบคุมตัวต่อหน้าคุณแม่ท่ามกลางบรรยากาศวันแม่แห่งชาติ สร้างความสะเทือนใจและเป็นบทเรียนราคาแพง

พฤติการณ์คดี: กลลวงลงทุนทิพย์สูญเงินครึ่งล้าน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 2568 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้อุบายหลอกลวงชักชวนให้เปิดวงเงินเครดิตเพื่อสมัครสมาชิกและซื้อขายสินค้าออนไลน์

อุบายสร้างความน่าเชื่อถือ: ช่วงแรกผู้เสียหายลงทุนแล้วได้รับเงินคืนและได้กำไรจริง ทำให้เกิดความไว้วางใจ

ไม้ตายรีดเงินเพิ่ม: เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินก้อนใหญ่เข้าไป มิจฉาชีพกลับบล็อกไม่ให้ถอนเงิน และออกอุบายให้โอนเงินเพิ่มอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมหรือภาษีเพื่อปลดล็อกบัญชี

ความเสียหาย: สุดท้ายเหยื่อไม่สามารถติดต่อแก๊งมิจฉาชีพได้อีกเลย สูญเงินไปทั้งสิ้น 365,175.75 บาท

จากการสืบสวนพบว่า เส้นทางการเงินของผู้เสียหายได้โอนเข้ามายังบัญชีธนาคารของ นางสาวปิยะมาศ หรืออาย ผู้ต้องหารายนี้ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับในฐานความผิดฐาน:

“เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาญาทางเทคโนโลยี”

คำให้การของผู้ต้องหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวปิยะมาศให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อช่วงต้นปี 2568 ตนได้ดาวน์โหลดและสมัครแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผ่าน Google Play Store ไปเกือบ 10 แอปพลิเคชัน เพื่อขอกู้เงินออนไลน์ โดยในขั้นตอนการสมัครต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ทั้งชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่, บุคคลติดต่อ, ส่งภาพถ่ายบัตรหน้า-หลัง, เชื่อมต่อ Facebook/Line, สแกนใบหน้า และให้เลขที่บัญชีธนาคาร

ทว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวกลับไม่สามารถกู้เงินได้จริงแม้แต่บาทเดียว ตนจึงเชื่อว่าข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดน่าจะถูกแก๊งมิจฉาชีพนำไปสวมรอยเปิดบัญชีม้าเพื่อกระทำความผิดกฎหมายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

⚠️ เตือนภัยจาก CIB

ปัจจุบันแก๊งมิจฉาชีพมักพัฒนารูปแบบการหลอกลวงหลากหลาย ทั้งการชักชวนลงทุนซื้อขายสินค้าออนไลน์และการปล่อยเงินกู้ทิพย์เพื่อดึงข้อมูลส่วนตัวไปเปิด “บัญชีม้า”

ข้อควรระวัง: อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่รับประกันผลตอบแทนสูงเกินจริง หรือการกู้เงินออนไลน์ที่บังคับให้สแกนหน้าและขอเอกสารส่วนตัวเกินความจำเป็น

แนวทางปฏิบัติ: หากพบพฤติกรรมเรียกเก็บเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกถอนเงิน ให้ หยุดโอนทันที และรีบเก็บหลักฐานการสนทนาพร้อมสลิปโอนเงินแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน

Ad 1
Ad 2