วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 6, 2026
หน้าแรกทั่วไปอวสานฝันร่อง 11! สาว 36 ร้อง "สายไหมต้องรอด" ดูดไขมันเฉียดแสนสุดสยอง หมอยัน "สวยตรงปก" แต่ไม่กล้าโชว์ตลอดชีวิต

อวสานฝันร่อง 11! สาว 36 ร้อง “สายไหมต้องรอด” ดูดไขมันเฉียดแสนสุดสยอง หมอยัน “สวยตรงปก” แต่ไม่กล้าโชว์ตลอดชีวิต

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

อวสานฝันร่อง 11! สาว 36 ร้อง “สายไหมต้องรอด” ดูดไขมันเฉียดแสนสุดสยอง หมอยัน “สวยตรงปก” แต่ไม่กล้าโชว์ตลอดชีวิต

 

ผู้เสียหายรายหนึ่งคือ “พี่หญิง” ได้เดินทางเข้าร้องเรียนกับเพจ “สายไหมต้องรอด” เพื่อขอความเป็นธรรมและความช่วยเหลือ หลังตกเป็นเหยื่อศัลยกรรมจากคลินิกชื่อดังย่านลาดพร้าว โดยเธอเล่าว่าได้เห็นโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กของคลินิกดังกล่าว ซึ่งมีการโปรโมตอย่างแพร่หลายและน่าเชื่อถือ จึงตกลงใจเข้าทำศัลยกรรมดูดไขมันทำกล้ามท้องในราคาที่ตกลงกันไว้ตอนแรกคือ 39,999 บาท ทว่าเมื่อเดินทางไปถึงคลินิก เปลี่ยนชุด และขึ้นเตียงผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว กลับมีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาแจ้งเงื่อนไขเพิ่มเติม โดยอ้างว่าหากต้องการให้ทรงหน้าท้องออกมาสมบูรณ์แบบ ไม่ย้วย และมีความบาลานซ์ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเป็น 70,000 บาท ด้วยภาวะจำยอม ตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน และอยู่บนเตียงผ่าตัดแล้ว เธอจึงจำใจยินยอมจ่ายเงินรวมเจ็ดหมื่นบาทตามที่ถูกเรียกร้อง

อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นไปตามโฆษณาและเกิดความผิดพลาดอย่างรุนแรง ทรงกล้ามท้องมีลักษณะเบี้ยว หน้าบวม โครงสร้างไม่ได้รูปตามที่ตกลงกันไว้ และผิวบริเวณหน้าท้องกลายเป็นรอยลายและไม่เป็นรูปทรง เมื่อพยายามติดต่อคลินิกเพื่อติดตามผลหรือขอแก้ไข กลับถูกพนักงานปฏิเสธการดูแลและตัดการติดต่อทันที ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากช่วงก่อนทำศัลยกรรมที่มีการโทรตามและส่งข้อความเชียร์ขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง และเมื่อผู้เสียหายพยายามเข้าไปเขียนรีวิวเพื่อเตือนภัยผู้บริโภครายอื่นบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของคลินิก แอดมินเพจก็ทำการบล็อกบัญชีและลบคอมเมนต์ออกทันที

ด้วยความวิตกกังวล ผู้เสียหายจึงเดินทางไปปรึกษาแพทย์และขอความเห็นจากโรงพยาบาลแห่งอื่น ซึ่งแพทย์จากสถาบันอื่นต่างลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่าเป็นบาดแผลที่น่าเกลียด มีลักษณะเป็นร่องสกินลึก หน้าท้องกลายเป็นก้อนแข็งคล้ายไตปลา และบริเวณแผลผ่าตัดเกิดผังผืดขึ้น ซึ่งหากต้องการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างหน้าท้องใหม่ จะต้องมีค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 300,000 บาท

ต่อมาผู้เสียหายพร้อมทนายความได้เดินทางกลับไปที่คลินิกดังกล่าวอีกครั้งเพื่อเข้าพบแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด พร้อมนำใบความเห็นของแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นและรายละเอียดประเมินค่ารักษาพยาบาลในการผ่าตัดแก้ไขไปยื่นแสดง แต่แพทย์คนดังกล่าวกลับยืนยันว่าผลงานการผ่าตัดที่ออกมานั้นเป็นที่น่าพอใจสำหรับตนเองแล้ว แม้ผู้เสียหายจะยืนยันว่าตนเองไม่พอใจอย่างมากก็ตาม นอกจากนี้ แพทย์ยังปฏิเสธที่จะชดเชยหรือจ่ายค่าเสียหาย โดยอ้างว่าผู้เสียหายได้เซ็นเอกสารยินยอมรับการรักษาไปแล้วก่อนทำการผ่าตัด ทั้งยังกล่าวหาว่าความเห็นของแพทย์จากโรงพยาบาลอื่นเป็นการเจตนาโจมตีเพื่อดึงผู้เสียหายไปเป็นลูกค้า พร้อมยื่นข้อเสนอเพียงว่าจะช่วยนวดหน้าท้องด้วยคลื่นไฟฟ้าเพื่อปรับทรง แต่ไม่รับประกันว่าผลลัพธ์จะออกมาดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งผู้เสียหายไม่ยินยอมและปฏิเสธที่จะเซ็นเอกสารใดๆ เพิ่มเติม โดยเธอได้ท้าทายกลับไปว่าหากแพทย์มองว่าผลงานชิ้นนี้เป็นที่น่าพอใจจริง ให้นำรูปหน้าท้องของเธอไปโพสต์โปรโมตลงเพจของคลินิก แต่แพทย์ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่ารูปที่จะนำขึ้นเพจคลินิกได้จะต้องเป็นรูปที่สวยงามเท่านั้น

ผู้เสียหายยังระบุอีกว่า หลังจากที่เธอถูกบล็อกช่องทางสื่อสาร เธอกลับพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายคนที่เจอปัญหาในลักษณะเดียวกันส่งข้อความส่วนตัวมาปรับทุกข์ ทั้งกรณีราคาไม่ตรงปก จมูกเบี้ยวผิดรูป และหน้าบวมจากการร้อยไหมที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัจจุบันเธอได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมด ทั้งแชทการพูดคุย สลิปโอนเงิน และรูปถ่ายบาดแผล ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และแพทยสภา เพื่อให้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด แต่จนถึงขณะนี้เรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของผู้เสียหาย เธอยอมรับว่าหลังผ่าตัดไม่กล้าใส่ชุดออกกำลังกายหรือชุดกีฬาอีกเลย สูญเสียความมั่นใจในตัวเองอย่างสิ้นเชิง และกำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าจากความเครียดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับร่องรอยบาดแผลบนร่างกาย เธอจึงอยากเรียกร้องให้แพทย์ผู้ผ่าตัดออกมารับผิดชอบค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไข รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามารับเรื่องและแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคโดยเร็ว

Ad 1
Ad 2