ฉาวสนั่นวัดดัง! หนุ่มรำถวายหลวงปู่ผาง ก่อนใช้ก้านธูปคีบเงินตู้บริจาค ตำรวจมัญจาคีรีตามลากคอทันควัน สารภาพหาเงินซื้อยาเสพติดขอนแก่น — เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้ร่วมกันเข้าทำการจับกุมตัว นายวิระฉัตร เก่งกว่าสิงห์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ วัดอุดมคงคาคีรีเขต (วัดหลวงปู่ผาง) ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น หลังจากก่อเหตุฉวยโอกาสฉกเงินจากตู้บริจาคของวัดไปอย่างลอยนวล โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมสุดแปลกประหลาดเอาไว้ได้อย่างชัดเจนเปิดพฤติกรรมสุดแปลก รำถวาย-กราบขอขมาก่อนลงมือจากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดภายในศาลาที่ตั้งพระพุทธรูป เผยให้เห็นภาพคนร้ายเดินขึ้นมาบนหอพระและส่องดูเงินภายในตู้บริจาค เมื่อเห็นว่ามีเงินอยู่ด้านในจึงแสดงอาการกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จากนั้นได้นั่งลงพนมมือสวดมนต์คล้ายคนทรงเจ้าประทับ และก้มกราบพระจำนวน 3 ครั้งหลังจากกราบเสร็จสิ้น คนร้ายได้เดินไปหยิบเอาธูปจำนวน 2 ดอก มาดัดแปลงทำเป็นตะเกียบคีบธนบัตรใบละ 20 บาท และ 50 บาท ออกจากช่องตู้บริจาคอย่างใจเย็น และเมื่อได้เงินตามที่ต้องการแล้ว ยังได้ร่ายรำด้วยความดีใจซ้ำอีกรอบ ก่อนจะตระเวนไปงัดตู้บริจาคจุดอื่น ๆ ในวัด รวมได้เงินไปทั้งสิ้นประมาณ 120 บาท แล้วหลบหนีไปตาดีสังเกตชุดคล้ายคนร้าย อาละวาดคลั่งยาจนมุมตำรวจการจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งเหตุมีชายคุ้มคลั่งอาละวาดสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนางาม จึงเดินทางไปควบคุมตัวเพื่อสงบสติอารมณ์และนำตัวไปตรวจหาสารเสพติด แต่ในระหว่างควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสังเกตเห็นว่า การแต่งกายและรูปพรรณสัณฐานของชายรายนี้ ตรงกับคนร้ายในคลิปกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุลักเงินตู้บริจาคของ วัดหลวงปู่ผาง ที่ผู้นำชุมชนเพิ่งนำมาแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการเปิดคลิปหลักฐานให้ดู นายวิระฉัตร ถึงกับหน้าถอดสีและยอมรับสารภาพอย่างหมดเปลือก ว่าบุคคลในภาพคือตนเองจริง โดยอ้างว่าสาเหตุที่ร่ายรำเพราะดีใจที่เห็นเงินในตู้และมั่นใจว่าจะคีบออกมาได้สำเร็จ ส่วนการกราบไหว้สวดมนต์นั้นทำไปเพื่อขอขมาหลวงปู่เนื่องจากตนเองยังคงนับถือศาสนาพุทธอยู่สารภาพสิ้นหาเงินซื้อยาบ้า พบประวัติก่อคดีโชกโชนจากการสอบสวนเพิ่มเติม นายวิระฉัตร ยอมรับว่าตนเองไม่มีงานทำและไม่มีเงินใช้ ในตอนเช้าได้เสพยาบ้าไป 2 เม็ดจนเกิดอาการหวาดระแวงว่ามีคนจะมาฆ่า จากนั้นจึงเดินเท้ามาที่วัดเพื่อกะจะขอเงินจากพระและชาวบ้านแต่ไม่เจอใคร จึงลงมือก่อเหตุฉกเงินในตู้บริจาคเพื่อนำเงิน 120 บาทไปซื้อยาบ้าเสพและซื้ออาหารกินจนหมดจากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน และพบประวัติเคยร่วมกันลักทรัพย์ในปี 2566 และครอบครองยาเสพติดในปี 2568 ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำซ้อนตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ได้คุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพและแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” และ “ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




