วงการสงฆ์สะเทือนหนัก ปมร้องพระวัดดัง นัดจัดปาร์ตี้ กลางดึกเรียกเด็กเอ็นฯ บริการ , มีสัมพันธ์ลึกกับสีกา เจอแชตหลุดหลวงพี่มหาฯ คนดังสาวทักมาขอเลี้ยงกาแฟ หลวงพี่บอก “สิงห์อร่อยกว่า” (บะลำเต้าสิงห์) เจ้าคณะฯ สั่งสอบด่วนที่สุดแล้ว (1 ส.ค.) ตั้งคณะสอบด่วน! ปมร้องเรียนพระถูกกล่าวหา 2 คดี ทั้งสัมพันธ์สีกา-อ้างจัดปาร์ตี้ช่วงเข้าพรรษา เจ้าคณะจังหวัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง !!!
วันนี้ (1 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับเอกสารร้องเรียนกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระสงฆ์บางรูปในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประเด็นที่ถูกกล่าวหาหลัก 2 เรื่อง ได้แก่ กรณีพระมหารูปหนึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับสีกา และกรณีกลุ่มพระสงฆ์ระดับพระลูกวัดไปจนถึงเจ้าอาวาส ถูกกล่าวอ้างว่านัดรวมตัวจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ในช่วงเข้าพรรษา
กระแสข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่อ้างถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์บางรูป พร้อมภาพประกอบและรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปหรือการชี้มูลความผิดต่อบุคคลใด
จากข้อมูลในเอกสารร้องเรียน ระบุว่า มีกลุ่มพระสงฆ์บางรูปนัดรวมตัวจัดปาร์ตี้ตามวัดและกุฏิในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกล่าวอ้างว่ามีการเรียกเด็กเอ็นเตอร์เทนมาให้บริการในช่วงเวลากลางคืน โดยผู้ถูกร้องเรียนมีตั้งแต่พระลูกวัดไปจนถึงเจ้าอาวาสของวัดบางแห่ง
เอกสารยังอ้างว่า พระบางรูปใช้รถยนต์ส่วนตัว เช่น รถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีดำ โตโยต้า วีออส สีดำ รถฟอร์ด สีขาว และรถยนต์อเนกประสงค์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รวมถึงบางรายใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันหรือขับรถกระบะส่วนตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คนขับรถของวัด เนื่องจากเกรงว่าข้อมูลจะรั่วไหล
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่าพบแชตสนทนาระหว่างพระมหารูปหนึ่ง กับหญิงสาวในลักษณะสนิทสนม โดยหญิงสาวส่งข้อความชวนไปเลี้ยงกาแฟ ก่อนพระมหาตอบกลับว่า “สิงห์อร่อยกว่า” (บะลำเต้าสิงห์) รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าภายในงานสังสรรค์มีการจัดเตรียมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีการเรียกเด็กเอ็นเตอร์เทนมาให้บริการ พร้อมมีการบันทึกภาพและส่งต่อในกลุ่มสนทนา ก่อนที่ภาพบางส่วนจะหลุดออกมาถึงผู้เกี่ยวข้องของคณะสงฆ์
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสารร้องเรียน และยังไม่ได้รับการยืนยันจากผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวยังอ้างอีกว่า เด็กเอ็นเตอร์เทนบางรายเคยเกิดความกังวลเรื่องสุขภาพหลังรับงาน จึงเข้ารับการตรวจโรค พร้อมระบุว่าเคยมีการขู่ว่าจะออกมาร้องเรียนหากพบความผิดปกติ แต่ผลตรวจไม่พบโรค และไม่มีการดำเนินการใด ๆ ต่อ ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวก็ยังเป็นเพียงข้อมูลจากผู้ร้องเรียน และยังไม่ได้รับการยืนยันเช่นกัน
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียกประชุมด่วนที่วัดเชตะวัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระเทพสิงหวราจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พระภาวนาธรรมาภิรัช วิ. เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ พระครูประกาศชินธรรม เจ้าคณะตำบลช้างคลาน และนางอารีย์ พันธุ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางการสอบสวนและเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
ที่ประชุมมีความเห็นให้เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยเร็ว พร้อมเร่งสรุปผลเสนอคณะสงฆ์จังหวัด ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และพระธรรมวชิรปัญญาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 ต่างมีความห่วงใยและกำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบและรวดเร็ว
ภายหลังการประชุม เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ เจ้าคณะตำบลช้างคลาน และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางไปพบพระมหารูปที่ถูกกล่าวหา ซึ่งพระรูปดังกล่าวยืนยันว่าไม่ได้กระทำการใดที่ผิดกฎหมายหรือผิดพระธรรมวินัย พร้อมยืนยันว่าพระในคลิปที่ถือแก้วเบียร์และมีรอยสัก 5 แถว ไม่ใช่ตนเอง โดยได้เปิดแผ่นหลังให้คณะผู้ตรวจสอบดูเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
ด้าน นายวัลลภ นามวงค์พหรม ผู้ทรงคุณวุฒิสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และที่ปรึกษาคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงที่พระสงฆ์ควรจำพรรษาอยู่ภายในวัด หากผลการตรวจสอบพบว่ามีพระสงฆ์ประพฤติผิดพระธรรมวินัยหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจริง คณะสงฆ์จะดำเนินการตามขั้นตอนของพระธรรมวินัยและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
นายวัลลภ ระบุเพิ่มเติมว่า แม้การรวมกลุ่มสังสรรค์บางกรณีอาจเข้าข่ายความผิดทางพระวินัยในระดับเบา หากเกิดขึ้นจริงก็ถือว่าไม่เหมาะสม และอาจส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน รวมถึงภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา จึงขอให้พระสงฆ์ทุกรูปสำรวมระวังและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย
ทั้งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อพระสงฆ์หรือวัดที่ถูกร้องเรียน และยังไม่มีการชี้มูลความผิดแก่บุคคลใด เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการตามพระธรรมวินัยและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป…




