ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปิดเกม มือปืนหัวร้อน ผู้ต้องหาปฏิทิน ตร.
หนีคดีพยายามฆ่านานกว่า 15 ปี ปมไม่พอใจแย่งสาวเสิร์ฟร้านอาหาร
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป, พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ
รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป. และ
พ.ต.ท.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.๓ บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.พิเศษ กก.3 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายสัมฤทธิ์ฯ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 163/2554 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2554 โดยกล่าวหาว่า “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช้เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน”
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสาธารณะ ม.5 ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2554 ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนได้เดินทางไปรับประทานอาหารและสังสรรค์ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดเลย โดยมีพนักงานเสิร์ฟสาวชาวลาวคอยให้บริการ เดิมพนักงานคนดังกล่าวให้บริการโต๊ะของ นายสัมฤทธิ์ฯ ผู้ต้องหาพร้อมพวกรวม 4 คน ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะย้ายมาดูแลโต๊ะของผู้เสียหาย
หลังจากนั้น นายสัมฤทธิ์ได้เดินออกจากร้านไปไม่นาน ก่อนย้อนกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะของตนเอง กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที ขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะชำระค่าอาหารและเครื่องดื่ม จู่ ๆ นายสัมฤทธิ์ได้ชักอาวุธปืนขึ้นเล็ง ก่อนเหนี่ยวไกยิงใส่ผู้เสียหายในระยะประชิด กระสุนพุ่งเจาะเข้าบริเวณใต้คางด้านขวาทะลุออกด้านซ้าย ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้ที่อยู่ภายในร้าน
ภายหลังเสียงปืนดังขึ้น ผู้ต้องหาอาศัยจังหวะความชุลมุนวิ่งหลบหนีออกทางหน้าร้าน หายตัวไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย ส่วนผู้เสียหายแม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังสามารถขับรถยนต์ของตนเองไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนถูกส่งต่อเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลประจำจังหวัด และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงกลม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ
ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดเลยอนุมัติหมายจับ และแม้เวลาจะผ่านไปยาวนานกว่า 15 ปี ผู้ต้องหายังคงหลบหนีการจับกุม เปลี่ยนที่พักอาศัยไปเรื่อย ๆ ไม่ทิ้งร่องรอย จนถูกขึ้นทะเบียนเป็น ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับปฏิทิน ตร. ลำดับที่ 98
ต่อมา กก.3 บก.ป. พร้อมชุดสืบสวน แกะรอยสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่า นายสัมฤทธิ์ฯ ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงเข้าตรวจสอบบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ก่อนพบชายมีลักษณะตรงตามตำหนิรูปพรรณเดินออกจากห้องเช่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับศาลจังหวัดเลย เมื่อสอบถาม ชายคนดังกล่าวยอมรับทันทีว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงกลม อำเภอปากชม จังหวัดเลย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา




