วันจันทร์, กรกฎาคม 27, 2026
หน้าแรกทั่วไปจากกรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มนักเรียนชาวอิตาเบี่ยนมาเที่ยวประเทศไทย ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อผู้โดยสารสาวชาวไทยเตือนกลับถูกตอบกลับด้วยถ้อย แบพแสดงกิริยาคำหยาบคาย จนมีปากเสียงกัน ก่อนออกจากขบวนรถไป กลายเป็นที่วิจารณ์แก่ชาวเน็ตไทย ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนชาวอิตาเลียนกลุ่มนี้

จากกรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มนักเรียนชาวอิตาเบี่ยนมาเที่ยวประเทศไทย ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อผู้โดยสารสาวชาวไทยเตือนกลับถูกตอบกลับด้วยถ้อย แบพแสดงกิริยาคำหยาบคาย จนมีปากเสียงกัน ก่อนออกจากขบวนรถไป กลายเป็นที่วิจารณ์แก่ชาวเน็ตไทย ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนชาวอิตาเลียนกลุ่มนี้

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

จากกรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนมาเที่ยวประเทศไทย ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อผู้โดยสารสาวชาวไทยเตือนกลับถูกตอบกลับด้วยถ้อย แบพแสดงกิริยาคำหยาบคาย จนมีปากเสียงกัน ก่อนออกจากขบวนรถไป กลายเป็นที่วิจารณ์แก่ชาวเน็ตไทย ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนชาวอิตาเลี่ยนกลุ่มนี้

น้องซูกัส อายุ 25 ปี ผู้เสียหายที่มีปากเสียงกับกลุ่มนักเรียนดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน. สำเหร่ หลังสอบปากคำเกือบ 5 ชั่วโมง ได้เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุนั้นตนเองเพิ่งเลิกงานจึงเดินทางกลับบ้านโดยขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีสยาม จุดหมายปลายทางสถานีบางหว้า เมื่อมาถึงสถานีศาลาแดงก็พบกับกลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนจำนวนมาก (48คน) เดินขึ้นขบวนรถ ส่งเสียงดังตั้งแต่ตอนขึ้นรถ จนถึงสถานีช่องนนทรี ตนเองรู้สึกไม่ไหว จึงพูดเป็นภาษาอังกฤษบอกว่า “ช่วยเงียบหน่อยได้ไหม” แต่กลับถูกสวนกลับด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพเป็นภาษาอิตาเลียน และแสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ อย่างหยาบคาย คุกคามทางเพศ และบูลลี่คนเอเซีย ทั้งที่ตนเองตักเตือนด้วยถ้อยคำสุภาพ

ซึ่งในกลุ่มนั้นมีผู้ใหญ่ที่เป็นคนดูแลกลุ่มนักเรียนดังกล่าว แทนที่จะห้ามปรามตักเตือนพวกกันเอง กลับเข้าข้างบอกว่า “ก็คนมากันเยอะขนาดนี้จะให้เสียงเบาได้อย่างไร” ”ขอโทษที่เอาเงินมาให้ประเทศคุณนะ“

พอถึงสถานีธนบุรีกลุ่มนักเรียนดังกล่าวก็เดินลงจากขบวนรถ แล้วยังแสดงอากาศกิริยาหยาบคายอย่างต่อเนื่อง จนขบวนรถออกจากสถานี ซึ่งในวันเกิดเหตุไม่มีผู้โดยสารในขบวนรถคนใดมาช่วยเหลือตนเองเลยแม้แต่คนเดียว ปล่อยให้ตนเองต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าว จนทำให้รู้สึกว่าเราทำผิดใช่ไหมที่ตักเตือนเขาไป

จากนั้นจึงตัดสินใจมาแจ้งความกับตำรวจ เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับกลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนดังกล่าวต่อไป ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ว่าชาวต่างชาติจะไปอยู่ประเทศใดก็ต้องให้เกียรติและเคารพสิทธิ์กับคนประเทศนั้น

ซึ่งหลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าวลงในโซเชียล ก็เกิดปฏิบัติการล่าแม่โน๊ตกลุ่มนักเรียนดังกล่าวทันที โจทก์ต้องมีการทำคลิปออกมาขอโทษกับสิ่งที่ทำไป แต่ตนเองเห็นว่าเป็นการขอโทษประเทศไทยและคนไทยในภาพรวม ไม่ได้มาโทษตนเองซึ่งถูกคนกลุ่มดังกล่าวกระทำ จึงอยากให้มีการขอโทษตนเองที่จริงใจมากกว่านี้ การล่าแม่มดจะไม่มีขึ้นเลย ถ้ารู้จักเคารพสิทธิ์ของคนอื่น ไม่ปฏิบัติตัวเช่นนั้น

อีกทั้งยังขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ตนเอง แต่ก็อยากฝากเตือนว่าไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง เพราะจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของคนไทยและประเทศไทยด้วย สั่งสอนแค่พอหอมปากหอมคอเพียงเท่านี้ ก็เพียงพอแล้ว

Ad 1
Ad 2