ก.อ.ชุดใหญ่พลิกมติ! คง “เนธิภัททิก์” นั่งอธิบดีอัยการคดีปราบทุจริตภาค 5 ต่อ หลังยื่นร้องขอความเป็นธรรม ปมโยกย้ายไม่เป็นธรรม
คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ชุดใหญ่ มีมติพลิกข้อเสนอเดิมของ ก.อ.ชุดเล็ก เห็นชอบให้ “เนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์” ดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ต่อไป หลังทนายความยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม คัดค้านการโยกย้าย พร้อมอ้างเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และเคยแจ้งความเอาผิดกรณีถูกเสนอเงิน 400,000 บาท เพื่อแลกกับการสั่งคดี ขณะที่เจ้าตัวยืนยันจะทำหน้าที่ด้วยความสุจริตเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ชุดใหญ่ มีมติให้ นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ต่อไป ไม่เป็นไปตามข้อเสนอเดิมที่ให้โยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองนครสวรรค์
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมคณะกรรมการอัยการ ชั้น 8 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอัยการ ครั้งที่ 9/2569 เพื่อพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการระดับต่าง ๆ ทั่วประเทศ
สำหรับประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายเนธิภัททิก์ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการอัยการ เพื่อคัดค้านมติของคณะอนุกรรมการอัยการ (ก.อ.ชุดเล็ก) ที่เสนอให้มีการโยกย้าย โดยระบุว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายเนธิภัททิก์เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในหลักกฎหมาย และเคยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกรณีถูกเสนอเงินจำนวน 400,000 บาท เพื่อแลกกับการสั่งคดี จึงเห็นว่าการโยกย้ายดังกล่าวอาจไม่เป็นธรรม
ภายหลังการพิจารณา ที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ชุดใหญ่ มีมติเห็นชอบให้ นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 ต่อไป ถือเป็นการพลิกมติจากข้อเสนอเดิมของคณะอนุกรรมการอัยการ
ด้านนายเนธิภัททิก์ เปิดเผยภายหลังทราบผลการประชุมว่า รู้สึกซาบซึ้งและขอกราบขอบพระคุณประธานคณะกรรมการอัยการ อัยการสูงสุด นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ว่าที่อัยการสูงสุด รวมถึงอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ที่ได้พิจารณาทบทวนมติด้วยหลักความเป็นธรรม พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ร่วมส่งกำลังใจ
ทั้งนี้ นายเนธิภัททิก์ยืนยันว่าจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และใช้อำนาจหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังต่อไป.



