ปทุมธานี หนุ่มขับจยย.ตามติดรถกู้ภัยพุ่งชนท้ายวอนตำรวจเร่งตามตัวรับผิดชอบ
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายรัตติพงษ์ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสมาคมมูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดปทุมธานี หลังถูกชายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบชื่อ พุ่งชนท้ายรถกู้ภัยแล้วเร่งเครื่องหลบหนี เหตุเกิดบนถนนรังสิตนครนายก ขาออก คลองหนึ่ง ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
นายรัตติพงษ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่วมกตัญญูปทุมธานี ให้รีบนำรถพยาบาลออกไปสนับสนุนเหตุผู้บาดเจ็บ 2 ราย บริเวณคลอง 3 ธัญบุรี ใกล้หมู่บ้านพฤกษา เนื่องจากรถกู้ชีพมีไม่เพียงพอ จึงขับรถออกจากฐานหน้าวัดคลองเปรม พร้อมเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินและไซเรน ตามขั้นตอนของการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้ช่องทางขวาเพื่อเดินทางไปรับผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน
เมื่อขับลงสะพาน ได้ยินเสียงกระแทกดังสนั่นจากด้านท้ายรถ แต่ขณะนั้นเข้าใจว่าเป็นอุปกรณ์ภายในรถ เช่น ถังออกซิเจนล้ม จึงไม่ได้หยุดตรวจสอบและขับต่อไป จนกระทั่งถึงช่วงคลอง 2 ก่อนถึงจุดเกิดเหตุใกล้คลอง 3 จึงสังเกตเห็นจากกระจกมองข้างว่ากันชนท้ายหลุดออกมา จึงนำรถเข้าจอดริมทางเพื่อตรวจสอบ
ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีที่ขับรถกระบะตามหลังมาแจ้งว่า รถกู้ภัยถูกจักรยานยนต์พุ่งชนท้าย ทำให้ตนรีบขับรถย้อนกลับไปตามหาคู่กรณี แต่ไม่พบ เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้ขับไปแล้ว
หลังเกิดเหตุ นายรัตติพงษ์ได้เข้าแจ้งความ พร้อมประสานตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเทศบาล พบว่าผู้ก่อเหตุขับหลบหนีไปทางเลียบคลอง 3 และยังไม่เข้ามาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด ส่งผลให้กันชนท้ายรถกู้ภัยได้รับความเสียหาย จึงต้องแจ้งศูนย์วิทยุให้จัดรถกู้ภัยคันอื่นไปรับผู้บาดเจ็บแทน
นายรัตติพงษ์ กล่าวว่า รถพยาบาลทุกคันมีการติดตั้งกล้องบันทึกภาพด้านหน้าและด้านท้าย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กำหนดไว้ โดยภาพจากกล้องบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน พบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกู้ภัย แต่ไม่ได้ล้ม ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนี
อยากฝากถึงผู้ขับขี่ทุกคนว่า อย่าขับรถตามจี้รถพยาบาลหรือรถฉุกเฉิน ให้เว้นระยะห่างตามกฎหมาย หากทำเช่นนี้เหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น จากคลิปจะเห็นว่าผู้ก่อเหตุขับตามกระชั้นชิด ใช้ความเร็วในช่องทางขวา ไม่หลบให้รถฉุกเฉิน ถือว่าเสี่ยงและผิดกฎหมายจราจร อยากให้ผู้ก่อเหตุออกมาแสดงความรับผิดชอบและช่วยซ่อมรถด้วย นายรัตติพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายจำหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ไม่ได้ ทราบเพียงว่าเป็นทะเบียนกรุงเทพมหานคร และจำสีของรถได้ จึงฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
เบื้องต้น นายรัตติพงษ์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อที่ สถานีตำรวจประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมมอบคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถและกล้องท้ายรถกู้ภัยไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



