กรมชลประทาน แจงข้อมูลจริง ปมระบายน้ำหาดใหญ่ ชี้อุทกภัยปลายปี 68 น้ำหลากทะลักเกินศักยภาพคลองสูงสุด 4,900 ลบ.ม./วินาที
กรุงเทพมหานคร, 21 กรกฎาคม 2569 — จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า “ความสามารถในการระบายน้ำของหาดใหญ่ลงทะเลสาบสงขลา คือ : 1,600 ลบ.ม./วินาที (ปลายปี 68 น้ำมา 5,000 ลบ.ม./วินาที) เลยท่วมเละ!” นั้น ล่าสุด กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานสงขลา ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน
เปิดตัวเลขศักยภาพจริง: ระบบระบายน้ำหาดใหญ่รองรับได้ 1,860 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานชี้แจงว่า ปัจจุบันระบบการระบายน้ำจากพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลา อาศัยศักยภาพของคลองระบายน้ำสายหลัก 3 สาย ซึ่งมีความสามารถในการรองรับและระบายน้ำรวมกันสูงถึง ประมาณ 1,860 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีรายละเอียดของแต่ละคลองดังนี้:
คลองระบายน้ำ ร.1 (คลองภูมินาถดำริ): มีศักยภาพระบายน้ำได้สูงสุด 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
คลองระบายน้ำ ร.3: มีศักยภาพระบายน้ำได้สูงสุด 195 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
คลองอู่ตะเภา (คลองธรรมชาติ): มีศักยภาพระบายน้ำได้สูงสุด 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ไขปมสาเหตุอุทกภัยปลายปี 2568: น้ำหลากสูงกว่าระบบ 2.6 เท่า
สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ในช่วงวันที่ 19–27 พฤศจิกายน 2568 นั้น เกิดจากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านพื้นที่จังหวัดสงขลา ส่งผลให้เกิดฝนตกสะสมอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูง มากกว่า 1,211 มิลลิเมตร
สภาวะดังกล่าวทำให้มีปริมาณน้ำหลากไหลผ่านพื้นที่สูงถึง ประมาณ 4,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าศักยภาพรวมของระบบระบายน้ำที่มีอยู่ (1,860 ลบ.ม./วินาที) อย่างมหาศาล จึงกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าว
ยืนยันความพร้อมบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมชลประทานขอยืนยันว่า ได้ดำเนินภารกิจด้านการบริหารจัดการน้ำและดูแลบำรุงรักษาระบบชลประทานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละช่วงเวลา มุ่งเน้นการบรรเทาผลกระทบ ลดความเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว




