“ชีวะภาพ” ลั่นดาบเหล็ก! สั่งรื้อถอน “วัดร่มโพธิธรรม” เมืองเถื่อนกลางป่าเลย จี้ พศ. เลิกเกียร์ว่าง – เอาผิดขบวนการฮุบป่า 10 ปี
(15 กรกฎาคม 2569) – คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เดินหน้าปราบปรามผู้บุกรุกป่าสงวนฯ อย่างเด็ดขาด ล่าสุด “ชีวะภาพ ชีวะธรรม” ประธาน กมธ. สั่งการกรมป่าไม้ใช้มาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุด เตรียมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกว่า 1,400 หลังของ “วัดร่มโพธิธรรม” จ.เลย หลังพบพฤติการณ์สุดอุกอาจ ท้าทายกฎหมายและฉีกเอ็มโอยูคืนพื้นที่ทิ้ง
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยถึงผลการประชุมพิจารณากรณีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าภูค้อ-ภูกระแต” ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้ากรณีวัดร่มโพธิธรรม ซึ่งมีพฤติกรรมสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่คล้ายเมืองขนาดย่อมรุกล้ำพื้นที่ป่าอย่างชัดเจน
เผยกลโกง “น.ส.3 ก. บิน” จี้กรมที่ดินเพิกถอน
จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศและนิติวิทยาศาสตร์ พบพิรุธร้ายแรงในเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ที่ทางวัดนำมาอ้างสิทธิ์ โดยเอกสารดังกล่าวมีลักษณะ “บิน” ทับซ้อนพื้นที่ป่าถาวรตามมติ ครม. ทั้งที่ตำแหน่งที่ถูกต้องควรอยู่ติดถนนมะลิวัลย์ นายชีวะภาพย้ำว่า กรมที่ดินต้องเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ฉบับนี้โดยด่วน หากสำเร็จจะส่งผลให้สถานะการตั้งวัดที่ผ่านมาถือเป็นโมฆะทันที
สับ “สำนักพุทธฯ” อย่าลอยตัวเหนือปัญหา
นายชีวะภาพได้ฝากข้อความถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้เลิกพฤติกรรม “ลอยตัว” และเร่งเข้ามาจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างของวัด แทนการปล่อยให้กรมป่าไม้และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังแฉขบวนการทุจริตที่ยื้อคดีมานานกว่า 10 ปี โดยพบหลักฐานเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. บางรายสมคบคิดกับกลุ่มอิทธิพลออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ทับซ้อนที่ดินป่าสงวนเพื่อใช้ขัดขวางการบังคับคดี ซึ่งขณะนี้ บก.ปปป. และ ป.ป.ท. ได้เข้าตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีอาญาอย่างจริงจังแล้ว
แผนปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด: เตรียมรื้อถอนถอนรากถอนโคน
ทางด้านนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ รายงานว่า หลังปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” พบสิ่งปลูกสร้างกว่า 1,400 หลัง แม้ทางวัดจะพยายามขัดขืนด้วยการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐและทำลายข้อตกลง (MOU) คืนพื้นที่ แต่กรมป่าไม้ร่วมกับกรมบังคับคดีเตรียมยกระดับการปฏิบัติการ โดยจะขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำและบริวารรวมกว่า 48 ราย เพื่อเคลียร์พื้นที่และเดินหน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเถื่อนทั้งหมดตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติให้ราบคาบ
“เราไม่สามารถบิดเบือนนิติวิทยาศาสตร์ได้ แม้ทางวัดจะบิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดียอย่างไรก็ตาม กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เพื่อรักษาทรัพยากรของชาติไว้ให้ได้” นายชีวะภาพ กล่าวทิ้งท้าย




