อยุธยาเร่งเครื่องกวาดล้างอาชญากรรม! ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แถลงผลงานรวบผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์รวด 4 คดี
(พระนครศรีอยุธยา – 13 กรกฎาคม 2569) ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เปิดปฏิบัติการกวาดล้างคดีอุกฉกรรจ์และคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่ รวบผู้ต้องหาได้ยกแก๊งพร้อมของกลางหลายรายการ เผยเน้นย้ำมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างเข้มงวด
เมื่อเวลา 14.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีอาชญากรรมสำคัญในพื้นที่ โดยมีคณะรองผู้บังคับการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจในสังกัด และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว
พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการกำลังสืบสวนสอบสวนจนสามารถคลี่คลายคดีสำคัญได้สำเร็จ ดังนี้:
คดีลักสายไฟโรงพยาบาล: เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลักตัดสายไฟภายในตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมช่างทาสี 2 รายที่เป็นผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่าต้องการนำทองแดงไปขาย จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีอาวุธปืนที่ลาดบัวหลวง: กรณีเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันภายในบ้านพัก ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่ติดตามกดดันจนผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพี่น้องกันเข้ามอบตัว พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามหมายจับ
คดีลักทรัพย์โบราณวัตถุ: ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ สภ.พระขาว จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ตระเวนลักทรัพย์โบราณวัตถุและเครื่องใช้โบราณมูลค่าสูง อาทิ กระโถนและโถลายคราม กาน้ำชาจีน รวม 8 รายการ ยึดของกลางคืนได้ทั้งหมด
คดีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุพยายามฆ่า: จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนและมีดทำร้ายคู่อริบริเวณเชิงสะพานอโยธยา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุวัย 16 ปี พร้อมยึดอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์และมีดที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคดีที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและทรัพย์สินของประชาชน ขอความร่วมมือให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสอาชญากรรมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง”




