วันเสาร์, สิงหาคม 8, 2026
หน้าแรกทั่วไปรอง ผบ.ตร.ประชุมร่วมภาคีเครือข่ายิขยายผลขบวนการ “พ่อไทย(ทิพย์)” ออกเอกสารให้เด็กจีน พบเด็กจีนต้องสงสัยเพิ่ม 13 คน

รอง ผบ.ตร.ประชุมร่วมภาคีเครือข่ายิขยายผลขบวนการ “พ่อไทย(ทิพย์)” ออกเอกสารให้เด็กจีน พบเด็กจีนต้องสงสัยเพิ่ม 13 คน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

รอง ผบ.ตร.ประชุมร่วมภาคีเครือข่ายิขยายผลขบวนการ “พ่อไทย(ทิพย์)” ออกเอกสารให้เด็กจีน พบเด็กจีนต้องสงสัยเพิ่ม 13 คน

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569

ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีรชัย ชำนาญหมอ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (รอง ผบช.สพฐ. ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมร่วมภาคีเครือข่ายปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” กรณีขบวนการสวมสิทธิ์แจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ในการประชุมมีผู้แทนจากกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงาน ปปท., กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ตำรวจกลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ, ตำรวจกองการต่างประเทศ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าร่วม เพื่อบูรณาการข้อมูลและขยายผลการสืบสวนสอบสวน

สำหรับคดีที่ดำเนินการไปแล้วมีเด็กต่างด้าวที่เกี่ยวข้องจำนวน 19 ราย ขณะเดียวกันยังพบเด็กต่างด้าวที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาหลัก 2 ราย คือ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสำนักงานเขตแห่งหนึ่ง โดยภายหลังเปิดปฏิบัติการจับกุม เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาบางส่วนได้นำเด็กต่างด้าวไปคลอดที่โรงพยาบาลแห่งอื่นอีก ทำให้ต้องขยายผลตรวจสอบเอกสารการเกิดและเส้นทางการดำเนินการของขบวนการเพิ่มเติม อีกประเด็นสำคัญ คือ มีหญิงต่างด้าวพร้อมบุตรจำนวน 2 ราย เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ หลังทราบข่าวจากสื่อมวลชน โดยยอมรับว่าเคยใช้บริการ “พ่อไทย(ทิพย์)” เพื่อดำเนินการด้านเอกสาร และขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการสอบสวน

ภายหลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งขยายผลตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารให้เด็กสัญชาติจีน โดยเฉพาะการตรวจสอบบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้า รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการนำเด็กเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนเกิดและขอเอกสารทางราชการ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสาวไปให้ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สิ่งสำคัญในระยะนี้คือการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กก่อน เนื่องจากเด็กที่เกี่ยวข้องได้รับสัญชาติไทยและมีสถานะทางกฎหมายแล้ว จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ทั้งในส่วนของสิทธิเด็กและสิทธิของผู้ต้องหา ขณะเดียวกันได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป.ป.ท. ป.ป.ช. กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานด้านทะเบียน เพื่อร่วมตรวจสอบความเชื่อมโยงของโรงพยาบาล สำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกระแสข่าวที่อาจมีโรงพยาบาลเกี่ยวข้องหลายแห่ง พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงผู้บริสุทธิ์ที่อาจได้รับผลกระทบ แต่ยืนยันว่าหากพบความเชื่อมโยงถึงบุคคลหรือหน่วยงานใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอตรวจสอบสถานะสัญชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีผู้แสดงความประสงค์จะสละสัญชาติ 2 ราย แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นผู้ถือสัญชาติจีนทั้งหมดหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่ากระบวนการดังกล่าวอาจดำเนินการมาเป็นเวลานานและมีเด็กเกี่ยวข้องจำนวนมาก รอง ผบ.ตร. ยอมรับว่าเป็นประเด็นที่ตำรวจให้ความสำคัญ โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบย้อนหลังว่าเด็กที่ได้รับเอกสารไปแล้วมีจำนวนเท่าใด และมีการใช้สิทธิต่างๆ เช่น การเข้าเรียน การรักษาพยาบาล หรือสิทธิประโยชน์อื่นในประเทศไทยหรือไม่ พร้อมระบุว่าการขยายผลครั้งนี้มีเป้าหมาย เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต

ส่วนกรณีผู้ที่อ้างตัวเป็นบิดามารดา เบื้องต้นพบบิดาชาวไทยบางรายมีประวัติการกระทำความผิด ขณะที่มารดาชาวจีนยังไม่พบประวัติ จึงยังไม่มีการดำเนินคดีในส่วนดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธ และยังไม่มีผู้ใดให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยการสืบสวนจะดำเนินต่อไปกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกสัญชาติ ไม่ได้มุ่งเฉพาะชาวจีนเท่านั้น

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้ว 33 ราย จาก 35 หมายจับ ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 2 รายที่หลบหนีออกนอกประเทศ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างขยายผลเด็กต้องสงสัยเข้าข่ายเป็น “ลูกทิพย์” เพิ่มอีก 13 ราย เตรียมเก็บตัวอย่าง DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด พร้อมตรวจสอบชาวต่างชาติที่ติดต่อเข้ามาอ้างสิทธิเป็นบิดามารดา โดยจะสอบสวนและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดทุกราย

ส่วนการยกระดับคดีเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาตินั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วย DOPA N.I.C.E, พนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการยกระดับหรือไม่ต่อไป

Ad 1
Ad 2