“รมต.สุขสมรวย” ลงพื้นที่จ.อุบลฯ ติดตามกองทุนหมู่บ้าน ชูโครงการ “ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ลดภาระประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ณ กองทุนหมู่บ้านบ้านคำครั่ง หมู่ที่ 2 ตำบลคำครั่ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยมีนายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายสุทธิชัย จรูญเนตร สส.อุบลฯ เขต 5 นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช สส.อุบลฯเขต11 นายวรายุทธ จงอักษร สส.ยโสธร เขต2 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอเดชอุดม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน ร่วมให้การต้อนรับและร่วมติดตามการดำเนินงาน

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ควบคู่กับโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน ระยะที่ 3 หรือ “เงินล้านที่ 2” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเสริมสภาพคล่องให้ครัวเรือนและผู้ประกอบอาชีพในชุมชน พร้อมระบุว่า ข่าวดีของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในปี 2569 คือ ผู้กู้ยืมเงินจะชำระดอกเบี้ยเพียงครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือรัฐบาลจะสนับสนุนตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย

ภายหลังการติดตามผลการดำเนินงาน นางสุขสมรวย วันทนียกุล พร้อมด้วยคณะได้เยี่ยมชมร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน บ้านคำครั่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการบริหารจัดการกองทุนที่ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชน พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การนำเงินกู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และการต่อยอดอาชีพอย่างยั่งยืน

สุดท้าย นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจคณะกรรมการและสมาชิกกองทุน พร้อมเน้นย้ำให้บริหารกองทุนด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล และใช้กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้ที่มั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

/////////////////////////////////////// กิตติภณ



