วันอังคาร, มิถุนายน 30, 2026
หน้าแรกทั่วไป191 บุกทลายปาร์ตี้ยารีสอร์ตหรู รวบ 12 ผู้ต้องหา รวมหัวโจกหนีคดีพยายามฆ่า ขยายผลค้นคอนโดย่านพระราม 9 ยึดสารตั้งต้นผลิตพอตเค-ของกลางอื้อ เสียหายกว่า 25 ล้านบาท

191 บุกทลายปาร์ตี้ยารีสอร์ตหรู รวบ 12 ผู้ต้องหา รวมหัวโจกหนีคดีพยายามฆ่า ขยายผลค้นคอนโดย่านพระราม 9 ยึดสารตั้งต้นผลิตพอตเค-ของกลางอื้อ เสียหายกว่า 25 ล้านบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

191 บุกทลายปาร์ตี้ยารีสอร์ตหรู รวบ 12 ผู้ต้องหา รวมหัวโจกหนีคดีพยายามฆ่า ขยายผลค้นคอนโดย่านพระราม 9 ยึดสารตั้งต้นผลิตพอตเค-ของกลางอื้อ เสียหายกว่า 25 ล้านบาท

ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 เปิดปฏิบัติการบุกทลายปาร์ตี้ยาเสพติดภายในรีสอร์ตหรูย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย จับกุมผู้ต้องหารวม 12 ราย พบ 2 รายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ หนึ่งในนั้นเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันพยายามฆ่า ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9-อโศก ตรวจยึดสารเอโทมิเดท หัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเสพติด และอุปกรณ์สำหรับผลิตจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเร่งปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง

ด้านกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล, พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช, พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ, พ.ต.อ.อภิฌาน สวัสดิบุตร, พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ, พ.ต.อ.กิตติพจน์ แก้วศรีงาม, พ.ต.อ.นพดล เทียมเมธา รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผู้กำกับการสายตรวจ, พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์, พ.ต.ท.ศตวรรษ คนชุม, พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส, พ.ต.ท.ธวัชชัย แจ่มวิธีเลิศ รองผู้กำกับการสายตรวจ และ พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สารวัตรงานสายตรวจ 2 กองกำกับการสายตรวจ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 08.20 น. เจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 2 กองกำกับการสายตรวจ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายวรภพ หรือ “หนึ่ง” อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 634/2569 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลบซ่อนตัวและร่วมปาร์ตี้ยาเสพติดภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย

ภายหลังรายงานผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ได้เข้าซุ่มสังเกตการณ์ตั้งแต่เวลา 09.30 น. กระทั่งเวลา 11.10 น. นายอรัญ อายุ 35 ปี เปิดประตูห้องพักออกมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น โดยนายอรัญยอมรับว่าเพิ่งเสพยาเสพติด และภายในห้องยังมีกลุ่มเพื่อนกำลังมั่วสุมอยู่

จากการเข้าตรวจค้นพบผู้ร่วมปาร์ตี้ 7 คน รวมถึงนายวรภพ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพยายามฆ่า ซึ่งยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน นอกจากนี้ยังตรวจพบยาอี ยาไอซ์ เคตามีน และหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดท ซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้อง ทั้งบนโต๊ะอาหาร ภายในกระเป๋าเงิน และกระเป๋าสะพาย

จากการสอบสวน นายอรัญ น.ส.บุญพิทักษ์ น.ส.เพชรรัตน์ และนายธนเทพ รับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน และนัดรวมตัวกันเพื่อเสพกับกลุ่มเพื่อน ประกอบด้วย น.ส.สุพัตรา และ Mr. JEREMY อายุ 51 ปี สัญชาติฝรั่งเศส

ระหว่างการตรวจค้น ยังมีบุคคลอีก 3 คน เดินทางเข้ามายังห้องพัก ได้แก่ นายปวิช น.ส.ปิยธิดา และนายสิทธิเทพย์ โดยนายปวิชและน.ส.ปิยธิดายอมรับว่าเป็นผู้เสพยาในกลุ่ม ส่วนการตรวจสอบประวัตินายสิทธิเทพย์ อายุ 30 ปี พบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 320/2562 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ในข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุมตามหมาย

ต่อมา ขณะเจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน 3กว 8217 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาบริเวณห้องพักด้วยท่าทีมีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบ พบ นายสัมฤทธิ์ และน.ส.พิมพ์ชนก อ้างว่าเดินทางมาหาเพื่อน ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ 2.4 กรัม เคตามีนชนิดผง 10 กรัม และหัวพอตผสมสารเสพติดอีก 30 หัว จึงแจ้งข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

จากการสืบสวนขยายผล นายอรัญรับสารภาพว่ายังเก็บซุกซ่อนยาเสพติดและอุปกรณ์ผลิตหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเสพติดไว้ภายในคอนโดมิเนียมย่านพระราม 9-อโศก เจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจตามกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 818/956 พบหัวพอตผสมสารเอโทมิเดท 115 หัว สารเอโทมิเดทชนิดผงประมาณ 130 กรัม พร้อมอุปกรณ์และสารตั้งต้นสำหรับผสมและบรรจุหัวพอตจำนวนมาก

นายอรัญให้การว่า มีหญิงไทยชื่อ “เจเจ” เป็นผู้จัดส่งสารและวัตถุดิบมาให้ ก่อนว่าจ้างให้บรรจุและกระจายสินค้าไปยังลูกค้า โดยยอมรับว่าดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง และจำหน่ายหัวพอตผสมสารเสพติดไปแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 หัว คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท

การตรวจค้นทั้งสองจุด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาอีชนิดผง 1 ถุง ยาไอซ์ 2 ถุง เคตามีนรวมกว่า 21 กรัม สารเอโทมิเดทชนิดผงประมาณ 135 กรัม หัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดทรวม 152 หัว ซองบรรจุหัวพอตเปล่า 3,900 ซอง เครื่องชั่งดิจิทัล อุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ รวมถึงสารเคมีและอุปกรณ์สำหรับผลิตหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเสพติดอีกหลายรายการ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางไปจัดทำบันทึกการจับกุมที่กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ก่อนส่งตรวจหาสารเสพติดที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และแยกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาลำดับที่ 3-12 ส่งดำเนินคดีที่ สน.โชคชัย ในข้อหาครอบครองยาเสพติด ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ เสพยาเสพติด และความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร ส่วนนายวรภพ ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีตามหมายจับ ขณะที่นายสิทธิเทพย์ ถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รับผิดชอบดำเนินคดีตามหมายจับเดิมต่อไป

Ad 1
Ad 2