วันอาทิตย์, มิถุนายน 28, 2026
หน้าแรกภูมิภาคศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 สั่งจำคุก 15 ปี "เศรษฐ์ อัลยุฟรี" อดีตนายก อบจ.ปัตตานี คดีนำรถหลวงไปใช้ส่วนตัว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 สั่งจำคุก 15 ปี “เศรษฐ์ อัลยุฟรี” อดีตนายก อบจ.ปัตตานี คดีนำรถหลวงไปใช้ส่วนตัว

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 สั่งจำคุก 15 ปี “เศรษฐ์ อัลยุฟรี” อดีตนายก อบจ.ปัตตานี คดีนำรถหลวงไปใช้ส่วนตัว

ปัตตานี – ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปัตตานี เป็นเวลา 15 ปี ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่เกี่ยวข้องกับงานราชการ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี อดีตนายก อบจ.ปัตตานี ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวม 3 กรรม กรรมละ 5 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 15 ปี

พฤติการณ์การกระทำความผิด

จากการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่า นายเศรษฐ์ได้กระทำความผิดในช่วงปีงบประมาณ 2560 โดยมีการจัดทำเอกสารขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลาง ระบุวันที่ 29 กันยายน 2560 เพื่อขออนุมัติใช้งานรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 โดยอ้างความจำเป็นในการเก็บรักษาและสั่งการให้ นายประดิษฐ์ มามะ พนักงานขับรถยนต์ นำรถไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านพักของพนักงานขับรถรายดังกล่าว โดยอ้างเหตุผลว่าสถานที่จอดรถภายในหน่วยงานไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า นายเศรษฐ์ได้นำรถยนต์ส่วนกลางของ อบจ.ปัตตานี จำนวน 2 คัน ไปใช้ในการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว “ปัตตานีแรลลี่ 2017” ในระหว่างวันที่ 23-30 ธันวาคม 2560 โดยเดินทางจากจังหวัดปัตตานีไปยังจังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งคณะที่เดินทางร่วมไปด้วยประกอบด้วยตัวนายเศรษฐ์เอง เจ้าหน้าที่ อบจ. และเครือญาติ โดยกิจกรรมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจทางราชการแต่อย่างใด และยังพบการนำรถหลวงไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวส่วนตัวอีกครั้งในเดือนเดียวกัน

ข้อหาความผิดตามกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหลายฐาน ได้แก่:

มาตรา 151: ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย

มาตรา 152: ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น

มาตรา 157: ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

นอกจากนี้ ศาลยังพิเคราะห์เห็นว่ามีการจัดทำบันทึกขอใช้รถระยะยาวนานถึง 1 ปี เพื่อนำมาใช้ในลักษณะรถส่วนตัว อีกทั้งยังมีการอนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของทางราชการเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างชัดเจน

ขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวเป็นคำตัดสินของศาลชั้นต้น ซึ่งตามกระบวนการยุติธรรม จำเลยยังมีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ และสามารถยื่นฎีกาเพื่อต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไปได้

ที่มา: #ข่าวใต้แลได้ที่เรา #ThaiPBSnews #ThaiPBS #ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้

Ad 1
Ad 2