คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทยลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา โดยเข้าตรวจสอบกรณีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและการใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นทางทหารของฝ่ายกัมพูชา พร้อมทั้งรับฟังผลกระทบสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านภูมิซรอล
คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย นำโดยนายทหารระดับสูงจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อสังเกตการณ์และติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา โดยคณะผู้สังเกตการณ์ได้เดินทางไปยังพื้นที่ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อตรวจสอบกรณีการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาจากการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของฝ่ายกัมพูชาต่อฝ่ายไทย จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังบริเวณผามออีแดง เพื่อสังเกตการณ์กรณีที่ฝ่ายกัมพูชาใช้โบราณสถานปราสาทเขาพระวิหารเป็นที่มั่นทางทหารในการโจมตีฝ่ายไทย รวมถึงเข้าตรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นอกเหนือจากนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ยังได้ลงพื้นที่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย เพื่อเก็บข้อมูลผลกระทบจากการที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธวิถีโค้งและจรวดโจมตีเข้าใส่พื้นที่ชุมชนของไทย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สินพังทลาย ทั้งนี้ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนได้แสดงความห่วงใยต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งให้ความสนใจต่อข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเข้าใจร่วมกันภายใต้กรอบความร่วมมือของภูมิภาคต่อไป




