วันจันทร์, มิถุนายน 8, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมผบ.ตร.แถลงข่าว ปิดคดี สะเทือนขวัญ "น้ององุ่น" สุดสะเทือนใจ ฆาตกรเป็นพี่สาว อายุ 13 ปี และน้าชายอายุ 17 ปี

ผบ.ตร.แถลงข่าว ปิดคดี สะเทือนขวัญ “น้ององุ่น” สุดสะเทือนใจ ฆาตกรเป็นพี่สาว อายุ 13 ปี และน้าชายอายุ 17 ปี

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569  พล.ต.อ.กิตติ์ รัฐพันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท.พิสิฐ ตัประเสริฐ ผบช.ภ.7.พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช. ภ.7. พล.ต.ต.พศวีร์ เรื่องภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.ต. กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7 พร้อมด้วย ร้อย ตชด.ที่ 134 สพฐ.7.กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วน  ได้แถลงข่าวการปิดคดี สะเทือนขวัญ “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ปี นักเรียนโรงเรียน ตชด. ที่หายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนพบเป็นศพถูกฆาตกรรมทิ้งศพในสวนยางพารา จ.กาญจนบุร โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ คือพี่สาว กับ น้าชาย ของน้ององุ่น ที่สารภาพพลั้งมืออุดปากน้องจนขาดใจตาย ก่อนร่วมกับน้านำศพไปทิ้ง 
เหตุการณ์คดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของน้ององุ่น อายุ 7 ปี ที่หายจากบ้านไป เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะถูกพบเป็นศพตอนเสียชีวิตอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งหลังจากพบศพของน้ององุ่น ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสอบปากคำพยาน เพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัว เด็กหญิงกานดา อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของน้ององุ่น และนายแป๊ะ อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าของน้ององุ่น มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่เด็กหญิง เปิดปากสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำให้น้ององุ่นเสียชีวิต โดยเบื้องต้น เด็กหญิงอ้างว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตนและน้ององุ่น เกิดทะเลาะมีปากเสียงกันที่บ้าน จนตนใช้มืออุดปากอุดจมูกของน้ององุ่นจนเสียชีวิต จากนั้น ถึงได้ขอความช่วยเหลือจากนายแป๊ะ ซึ่งเป็นน้าชาย ช่วยกันนำศพไปซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะนำศพใส่กระสอบ และนำศพไปทิ้งไว้ยังจุดที่มีผู้มาพบศพดังกล่าว โดยในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ มีชาวบ้านเดินทางมา เฝ้าสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกตกใจและไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ที่ลงมือกับน้ององุ่น จะเป็นพี่สาว และน้าชาย ของน้ององุ่นเอง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในหมู่บ้านมาโดยปกติ ก็เห็นทั้งสองคนดูแลน้องเป็นอย่างดี  
ทั้งนี้ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มุ่งมั่นดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วน สืบสวนสอบสวน เก็บวัตถุพยานหลักฐาน จนสามารถรู้ตัวคนร้าย และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
ทีมข่าวภาคตะวันตก ภาพ-ข่าว

Ad 1
Ad 2