กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้อำนวนการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก. 4 บก.ปพ. ร่วมกันเข้าจับกุม นางสาวสุพิชชา หรือ “นะ” อุ่นสมบูรณ์ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญตามหมายจับศาลอาญา ที่ 867/2568 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาแอบหลบหนีมากบดานอยู่ในกรุงเทพมหานครก่อนเตรียมตัวเดินทางขึ้นภาคเหนือ โดยเจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวได้คาหนังคาเขาที่สถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา

คดีนี้ได้สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นปี 2566 ได้มีมิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างเป็นบริษัทสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย โฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถอนุมัติเงินกู้ได้รวดเร็วทันใจ จนมีเหยื่อหลงเชื่อติดต่อขอกู้เงินจำนวน 5,000 บาท ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ เมื่อเหยื่อหลงกลกรอกข้อมูลส่วนตัวและเลขบัญชีธนาคารให้ มิจฉาชีพได้ออกอุบายเรียกเก็บ “ค่าเปิดบิล” หรือ “ค่าดำเนินการ” จำนวน 2,000 บาท ทันทีที่เหยื่อโอนเงินให้ มิจฉาชีพจะทำทีว่าโอนเงินกู้เข้าบัญชีไม่ได้ อ้างว่าเหยื่อกรอกเลขบัญชีผิดพลาด และจำเป็นต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อแก้ไขรายการ โดยสัญญาว่าจะคืนเงินที่โอนไปทั้งหมดพร้อมกับเงินกู้ก้อนใหญ่ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสียเงินไปกว่า 7,000 บาท แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับเงินกู้แม้แต่บาทเดียวและถูกตัดขาดการติดต่ออย่างถาวร
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นางสาวสุพิชชา หรือ “นะ” ได้ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเมื่อปี 2566 มีชายไทยชื่อเล่นว่า “ตูน” อายุประมาณ 40 ปี มาขอยืมบัตรเอทีเอ็มพร้อมเลขบัญชีไป โดยอ้างว่าจะนำไปใช้รับโอนเงินจากการขายขนมย่านท่าดินแดง และตนไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถติดต่อนายตูนได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบประวัติเชิงลึกพบว่าบัญชีของนางสาวสุพิชชาถูกนำไปใช้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายครั้งจนมีผู้เสียหายจำนวนมาก และยังมีหมายจับติดตัวในลักษณะคดีฉ้อโกงประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูนอีก 1 คดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์การเป็นบัญชีม้าที่ถูกนำไปใช้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนภัยสังคมว่า สถาบันการเงินหรือบริษัทสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการ หรือค่าประกันใดๆ ล่วงหน้าก่อนโอนเงินกู้ให้ลูกค้าอย่างเด็ดขาด หากพบเห็นการเรียกเก็บเงินในลักษณะดังกล่าว ให้สันนิษฐานทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ และควรยุติการทำธุรกรรมโดยทันที ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางสาวสุพิชชาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




