นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้007” ประธานกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” พร้อมด้วย นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ น.ส.ภคอร จันทรคณา และทีมงานกลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่พบปะประชาชนและแฟนคลับบริเวณสยามสแควร์ โดยมีประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียนจำนวนมาก เข้าคิวรอถ่ายภาพและทำคอนเทนต์ร่วมกับทีมงานอย่างคึกคักตลอดช่วงบ่ายจนถึงเย็น
นายภาสพงศ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันหยุดชดเชยครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนความต้องการเห็นกรุงเทพมหานครมีสิ่งดึงดูดใหม่ ๆ สำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญคือการนำ “ไดโนเสาร์โรบอต” ระบบอัตโนมัติมาติดตั้งในพื้นที่สาธารณะ โดยสามารถตั้งโปรแกรมการเคลื่อนไหวให้มีลักษณะเสมือนไดโนเสาร์จริง ทั้งการเดิน การขยับดวงตา และการตอบสนองต่อผู้คน เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้กับกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้ง “ตลาดนัดหาคู่สัญจร” สำหรับคนโสดในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสในการพบปะกันของประชาชน โดยระหว่างรอการจัดตั้งสำนักงานหรือกลไกถาวรในอนาคต จะใช้รูปแบบกิจกรรมเคลื่อนที่ไปยังแต่ละเขต เพื่อช่วยลดปัญหาความเหงาและส่งเสริมการสร้างครอบครัว
ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ทีมกรุงเทพบินได้ตั้งใจลงพื้นที่พบประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้เดิมมีแผนเดินทางไปยังสยามพารากอน แต่เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก จึงเปลี่ยนมาพบปะประชาชนบริเวณสยามสแควร์แทน ซึ่งตลอดทั้งวันมีแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมสอบถามถึงนโยบายต่าง ๆ ของกลุ่ม
นายมงคลกิตติ์ระบุว่า หนึ่งในนโยบายที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือโครงการ “ไดโนเสาร์โรบอต” ซึ่งจะนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาสร้างไดโนเสาร์เสมือนจริงในสวนสาธารณะต่าง ๆ เช่น สวนลุมพินี และสวนจตุจักร โดยสามารถโปรแกรมให้เดิน กินน้ำ หรือแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ได้ รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เพื่อทำหน้าที่ดูแลพื้นที่สาธารณะและโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
พร้อมกันนี้ยังผลักดันแนวคิด “ไดโนปาร์ค” บนพื้นที่ประมาณ 40-50 ไร่ รวบรวมไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ในรูปแบบโรบอต เพื่อสร้างแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวระดับโลก หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าสู่กรุงเทพมหานคร สร้างรายได้จำนวนมากให้เมืองและนำรายได้กลับมาพัฒนาสวัสดิการประชาชน
สำหรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มกรุงเทพบินได้ยังคงยืนยันแนวทาง “คลองแสนแสบกินได้” โดยจะปรับปรุงคุณภาพน้ำผ่านระบบบำบัดและกรองหลายขั้นตอน พร้อมติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มตลอดแนวคลอง ขณะเดียวกันยังผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสมัยใหม่ เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ลงอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม จะเน้นการปรับปรุงโครงสร้างระบบระบายน้ำให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึงโครงการ “สร้อยไข่มุกอ่าวไทย” และการถมทะเลบริเวณบางขุนเทียน เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและรับมือปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอนาคต รวมถึงการสร้างเกาะเทียมและแนวป้องกันน้ำทะเล เพื่อรักษาพื้นที่สำคัญของประเทศโดยไม่จำเป็นต้องย้ายเมืองหลวง
ทั้งนี้ ทีมกรุงเทพบินได้ยืนยันว่าจะเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง โดยขอให้ประชาชนติดตามนโยบายและร่วมสนับสนุนผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 ซึ่งทีมงานเชื่อว่าจะสามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้จริง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร.




