วันจันทร์, มิถุนายน 1, 2026
หน้าแรกทั่วไปตำรวจสอบสวนกลางทลายเครือข่าย “เต้ ท่าพระ” ยึดยาบ้า 1.36 ล้านเม็ดริมโขง มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลางทลายเครือข่าย “เต้ ท่าพระ” ยึดยาบ้า 1.36 ล้านเม็ดริมโขง มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตำรวจสอบสวนกลางทลายเครือข่าย “เต้ ท่าพระ” ยึดยาบ้า 1.36 ล้านเม็ดริมโขง มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ “เต้ ท่าพระ” หลังสืบทราบพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชายแดนไทย-ลาว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ากว่า 1.36 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท เตรียมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.), พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.), พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.), พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (รอง ผบก.ปคม.) ชุดสนับสนุนส่วนการควบคุมชายแดน ศปอส.ตร., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม, พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม, พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตร์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ, พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง และ พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกุล ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ

ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ รองผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม, พ.ต.ท.อเนก บุญตา รองผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม และ ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สารวัตร กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ “ท้าวกำ” อายุ 36 ปี สัญชาติลาว และ “นายเต้” หรือ “เต้ ท่าพระ” พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวนประมาณ 1,360,000 เม็ด มูลค่ากว่า 17 ล้านบาท โดยแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และในส่วนของผู้ต้องหาชาวลาวยังถูกดำเนินคดีฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่ม “เต้ ท่าพระ” มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง หลังพบข้อมูลว่ามีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยอาศัยเส้นทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-ลาว เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่มีการกวดขันและจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากชุดสนับสนุนส่วนการควบคุมชายแดน ศปอส.ตร. ว่าเครือข่ายดังกล่าวเตรียมลักลอบขนยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย และพื้นที่ใกล้เคียง จึงประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม, สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, กองกำกับการ 11 กองบังคับการตำรวจน้ำ, กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ, ชุดสนับสนุนส่วนการควบคุมชายแดน ศปอส.ตร. และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วางแผนเข้าจับกุม

กระทั่งช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จัดกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณถนนสาย 212 บึงกาฬ-หนองคาย พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ได้แก่ รถเก๋งสีดำและรถยนต์อเนกประสงค์สีขาว ขับวนเวียนอยู่ในพื้นที่หลายรอบ ก่อนจอดริมถนน จากนั้นมีกลุ่มบุคคลประมาณ 3-4 คน เดินออกมาจากป่าพร้อมกระสอบจำนวนหนึ่ง เตรียมขนขึ้นรถ

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับวิ่งหลบหนี ทำให้เกิดการไล่ติดตามจับกุม โดยสามารถควบคุมตัวท้าวกำ ชาวลาว ได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมของกลางยาบ้า 3 กระสอบ รวมประมาณ 1,360,000 เม็ด และสามารถติดตามจับกุมนายเต้ หรือ “เต้ ท่าพระ” ได้ในบริเวณใกล้เคียง ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน ท้าวกำให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชาวลาวชื่อ “นายน้อย” ให้ลักลอบขนยาเสพติดจากฝั่งลาวเข้าสู่ประเทศไทย โดยได้รับค่าจ้าง 5,000 บาท และร่วมกับชาวลาวอีก 3 คนที่หลบหนีไปได้ โดยยอมรับว่ารู้สึกเสียใจต่อการกระทำของตน เนื่องจากมีบุตร 3 คนที่ต้องดูแลอยู่ที่ประเทศลาว พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดรับจ้างขนยาเสพติดว่า ค่าจ้างเพียงไม่กี่พันบาทไม่คุ้มกับการต้องสูญเสียอิสรภาพและต้องพลัดพรากจากครอบครัว

เบื้องต้น นายเต้ หรือ “เต้ ท่าพระ” ให้การภาคเสธ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Ad 1
Ad 2