รวบทั้งขบวนการ 3 คนไทย ลักลอบขนกัมพูชา 11 คน รับทำมานานกว่า 6 เดือน ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 9,000 บาท คิดเป็นเงินกว่าล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย (กองบังคับการตำรวจทางหลวง) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม
1.นายธีรชาติ ฯ อายุ 24 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ขับขี่รถยนต์หมายเลขทะเบียน กบ 30xx ปทุมธานี
2.นายชัชวาลย์ ฯ อายุ 50 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ขับขี่รถยนต์หมายเลขทะเบียน บว 42xx กาญจนบุรี
3.นายดนัย ฯ อายุ 27 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ขับขี่รถยนต์หมายเลขทะเบียน 1ขธ 81xx กรุงเทพมหานคร
4.ผู้ต้องหาที่ 4 – 14 สัญชาติกัมพูชา จำนวน 11 ราย
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น อินโนว่า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กบ 30xx ปทุมธานี
2.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ อิซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน บว 42xx กาญจนบุรี
3.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ขธ 81xx กรุงเทพมหานคร
4.โทรศัพท์มือถือจำนวน 7 เครื่อง
สถานที่จับกุม บริเวณ ทล.317 กม. 61-72 ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ผู้ถูกจับลำดับที่ 1 – 3 ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวพ้นจากการจับกุม
ผู้ถูกจับลำดับที่ 4 – 14 เข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่อาศัยในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด ( overstay )
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงดำเนินการวางแผนสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หลังได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับว่าจะมีขบวนการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชายแดนจังหวัดจันทบุรีมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าขบวนการนี้ทำงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้รถยนต์ทั้งหมด 3 คัน ประกอบด้วยรถนำสำรวจเส้นทางหมายเลขทะเบียน กบ 30xx ปทุมธานี เพื่อแจ้งเตือนด่านตรวจ และรถขนแรงงานอีก 2 คัน หมายเลขทะเบียน บว 42xx กาญจนบุรี และ 1ขธ 81xx กรุงเทพมหานคร ซึ่งเน้นใช้เส้นทางรองเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่
กระทั่งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังซุ่มสังเกตการณ์บนถนนทางหลวงหมายเลข 317 เส้นทางเชื่อมต่อจันทบุรี-สระแก้ว จนพบรถเป้าหมายขับตามกันมาเป็นขบวนจึงเข้าสกัดจับและตรวจสอบที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังทอง จ.สระแก้ว พบผู้ขับขี่ชาวไทย 3 ราย คือ นายธีรชาติ (คนขับรถนำ), นายชัชวาลย์ และนายดนัย พร้อมบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชารวม 11 ราย แบ่งเป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 9 ราย และผู้อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด (Overstay) 2 ราย ซึ่งทั้งหมดซ่อนตัวมาในรถยนต์คันที่ 2 และ 3 เพื่อเตรียมเดินทางไปทำงานในพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบสวน นายชัชวาลย์สารภาพว่าเดิมเป็นคนขับรถแท็กซี่ก่อนจะผันตัวมาทำอาชีพรับจ้างขนแรงงานต่างด้าวได้ประมาณ 6 เดือน โดยชักชวนเพื่อนอีก 2 รายมาร่วมทีม ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 – 9,000 บาท ผ่านการนัดหมายจากนายหน้าชาวกัมพูชาให้ไปรับคนตามสวนผลไม้ชายแดน ขณะที่กลุ่มแรงงานให้การว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าคนละ 4,000 – 6,500 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมตรวจยึดรถยนต์และโทรศัพท์มือถือเป็นของกลาง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันแรงงานต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหา ผู้ต้องหาที่ 1-3 (ผู้นำพา): ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันจัดขบวนการรถนำและรถขนแรงงานลักลอบขนชาวกัมพูชาจากชายแดน จ.จันทบุรี มุ่งหน้าพื้นที่ชั้นในมานานกว่า 6 เดือน โดยรับงานผ่านนายหน้าชาวกัมพูชา ผู้ต้องหาที่ 4-14 (บุคคลต่างด้าว): ให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อไปหางานทำในกรุงเทพฯ โดยตกลงจ่ายค่ารอนแรมและค่านำพาส่งต่อนายหน้าเป็นรายบุคคล จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมได้ในระหว่างเส้นทางนำส่ง









