วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 25, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมเปิดคำให้การ “ธนบัตร” คนขับเอ็กซ์แพนเดอร์พุ่งชนตำรวจด่านบางนา อ้างมองไม่เห็นเจ้าหน้าที่ ขณะพบเพื่อนร่วมทางมีประวัติคดี-โยงแก๊งโอริโอ้ ตำรวจเจ็บสาหัสยังโคม่า

เปิดคำให้การ “ธนบัตร” คนขับเอ็กซ์แพนเดอร์พุ่งชนตำรวจด่านบางนา อ้างมองไม่เห็นเจ้าหน้าที่ ขณะพบเพื่อนร่วมทางมีประวัติคดี-โยงแก๊งโอริโอ้ ตำรวจเจ็บสาหัสยังโคม่า

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

เปิดคำให้การ “ธนบัตร” คนขับเอ็กซ์แพนเดอร์พุ่งชนตำรวจด่านบางนา อ้างมองไม่เห็นเจ้าหน้าที่ ขณะพบเพื่อนร่วมทางมีประวัติคดี-โยงแก๊งโอริโอ้ ตำรวจเจ็บสาหัสยังโคม่า

ความคืบหน้ากรณีรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สีขาว ทะเบียน ขต 1849 อุบลราชธานี พุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ อายุ 59 ปี รอง สว.(จร.) สน.บางนา ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณถนนบางนา-ตราด ขาออก กม.1 ช่องคู่ขนาน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 01.10 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ที่อยู่ภายในรถได้ 2 ราย คือ นายธนบัตร ยอดวุฒิ อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่ และนายอัครวินท์ ดวงเพ็ชร อายุ 20 ปี ทั้งคู่เป็นชาวจังหวัดเชียงราย พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนกล็อก 19 ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน 24 นัด ที่ซุกซ่อนอยู่บริเวณช่องเก็บยางอะไหล่ท้ายรถ

จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาทั้งสอง ไม่พบว่ามีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดแต่อย่างใด

ระหว่างการคุมนายธนบัตร ไปตรวจรพ. ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเดินทางมาจากย่านสุขุมวิท โดยมีนายอัครวินท์นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อเลี้ยวเข้าถนนบางนา-ตราด ยืนยันว่าไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังโบกรถอยู่บริเวณหน้าด่าน จึงไม่ได้ชะลอหรือหยุดรถ ก่อนจะรู้ตัวอีกครั้งเมื่อรถพุ่งชนสิ่งกีดขวางภายในจุดตรวจไปแล้ว

นายธนบัตร ยังให้การอีกว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกตกใจอย่างมาก และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาพุ่งชนตำรวจ พร้อมอ้างว่าอาวุธปืนที่พบภายในรถนั้น “ไม่ทราบว่าเป็นของใคร” และไม่รู้ว่าถูกนำมาไว้ในรถตั้งแต่เมื่อใด อย่างไรก็ตาม คำให้การบางช่วงยังมีลักษณะวกวน เจ้าหน้าที่จึงเตรียมสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา นายธนบัตร ในความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส”

ส่วนนายอัครวินท์ ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”

 

นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบว่า นายอัครวินท์ มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธปืนรวม 5 คดี และยังเป็นหนึ่งในสมาชิก “แก๊งโอริโอ้” กลุ่มวัยรุ่นที่เคยตกเป็นข่าวดังในช่วงต้นปี 2568 จากพฤติกรรมรวมกลุ่มก่อเหตุความรุนแรงและพกพาอาวุธ

ด้าน พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของผู้ต้องหาทั้งสอง ว่าเดินทางมาจากที่ใด และกำลังจะไปที่ไหน รวมถึงตรวจสอบเหตุผลที่ใช้รถทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานี ขณะเดียวกันยังต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์อาวุธปืนที่พบในรถว่าเป็นชื่อของบุคคลใด และมีการครอบครองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตรียมตรวจสอบสภาพรถและวัตถุพยานภายในรถอย่างละเอียด โดยเฉพาะแก้วเครื่องดื่มที่พบในรถ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเครื่องดื่มชนิดใด และเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่ ก่อนสรุปสำนวนส่งฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลอาญาพระโขนงภายในวันพรุ่งนี้

ส่วนอาการของ ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ ขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ล่าสุดยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีอาการสมองบวม ภาวะเลือดออกกระจายทั่วร่างกาย กระดูกต้นคอหัก และมีบาดแผลหลายแห่งตามลำตัว แขน และขา โดยทีมแพทย์ยังต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

Ad 1
Ad 2