ผัวโหด! ปลิดชีพกิ๊กสาวคาที่ ก่อนขับรถขนศพคลุมผ้าโร่มอบตัว สภ.บางบัวทอง สารภาพผิดกับเมียหลวงทางโทรศัพท์
ระทึกขวัญหน้าโรงพัก! ชายคลั่งฆ่ากิ๊กขนศพใส่รถมอบตัว
นนทบุรี – เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 14 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนขวัญบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อมีชายรายหนึ่งขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดนิ่งสนิทหน้าอาคารโรงพัก ก่อนเดินลงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ตนเองได้ก่อเหตุฆาตกรรมหญิงสาวและนำร่างใส่ไว้ในรถเพื่อเดินทางมามอบตัว
ลำดับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้า สภ.บางบัวทอง ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาว 1 ราย สภาพศพถูกคลุมด้วยผ้าอย่างมิดชิดเพื่ออำพรางสายตาผู้ที่ผ่านไปมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบกั้นพื้นที่เกิดเหตุและประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) รวมถึงอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบทันที
คำสารภาพเบื้องต้น: ผู้ก่อเหตุ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือสังหารฝ่ายหญิงซึ่งมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว (กิ๊ก) จนเสียชีวิตในที่พักแห่งหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจนำร่างขึ้นรถเพื่อหาทางออกให้ตัวเอง
สารภาพบาปกับเมียหลวงก่อนมอบตัว
แหล่งข่าวระบุว่า ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขับรถมาถึงโรงพัก เขาได้โทรศัพท์ไปหา “ภรรยาหลวง” เพื่อสารภาพผิดในสิ่งที่ทำลงไป โดยบอกว่าตนเองได้พลั้งมือฆ่ากิ๊กสาวเสียชีวิตแล้ว และกำลังตัดสินใจขับรถพาร่างผู้เสียชีวิตไปมอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งทางภรรยาเมื่อทราบเรื่องถึงกับช็อกและรีบประสานญาติพี่น้องให้ติดตามเหตุการณ์
ประเด็นการสอบสวนที่น่าสนใจ
ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างเคร่งเครียด เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แน่ชัด โดยประเด็นที่มุ่งเน้นมีดังนี้:
ปมขัดแย้ง: คาดว่าเกิดจากปัญหาหึงหวง หรือการตกลงผลประโยชน์บางอย่างไม่ลงตัว
สถานที่เกิดเหตุ: เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลไปยังจุดที่ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมก่อนจะเคลื่อนย้ายศพ
วิธีการสังหาร: ต้องรอผลชันสูตรพลิกศพจากแพทย์นิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายหรือใช้อาวุธชนิดใด
สถานการณ์ล่าสุด
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ในห้องควบคุมผู้ต้องหาเพื่อป้องกันการคิดสั้นหรือเหตุวุ่นวาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ก่อนจะให้ญาติรับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับชนวนเหตุหรือรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง




