สกัดทลายเครือข่ายยานรกข้ามชาติ! ป.ป.ส. สนธิกำลังหลากหน่วย รวบ 6 ผู้ต้องหา ยึดไอซ์ 300 กก. คาปั๊มน้ำมันย่านราษฎร์บูรณะ ขยายผลยึดทรัพย์ 46 ล้าน
กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) แถลงผลการปฏิบัติงานครั้งสำคัญในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ภาคใต้ หลังบูรณาการกำลังร่วมกับ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บช.น.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก (ขกท.ทบ.)
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ยึดไอซ์ 300 กก. กลางกรุง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบทราบว่ามีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเตรียมลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยใช้กลวิธี “อำพรางรถตู้” และมีการสลับป้ายทะเบียนเพื่อตบตาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
จากการติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด กระทั่งรถเป้าหมายเข้าจอดพัก ณ สถานบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 6 ราย (ทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดนราธิวาส) พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 300 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้
ขยายผลค้น 5 จุด จ.นราธิวาส ยึดทรัพย์เครือข่าย 46 ล้าน
หลังการจับกุม สำนักงาน ป.ป.ส. ไม่นิ่งนอนใจ สั่งการขยายผลทันทีโดยเข้าตรวจค้นบ้านพักและสถานที่เป้าหมายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวม 5 จุด ในเขตอำเภอเจาะไอร้อง, อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโกลก โดยสามารถอายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบด้วย:
อสังหาริมทรัพย์: ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ธุรกิจบังหน้า: กิจการร้านซักผ้าหยอดเหรียญ
ยานพาหนะ: รถยนต์หลายรายการ
สินค้าแบรนด์เนม: กระเป๋า เสื้อผ้า และเครื่องประดับมีค่า
รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้เบื้องต้นกว่า 46 ล้านบาท
เส้นทางลำเลียง: เตรียมส่งออก “ประเทศที่สาม”
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เปิดเผยว่า เครือข่ายนี้มีพฤติการณ์ที่ซับซ้อน โดยยาเสพติดล็อตนี้มีปลายทางอยู่ที่พื้นที่ภาคใต้ และเชื่อว่าเตรียมจะลำเลียงต่อไปยัง ประเทศที่สาม ซึ่งหากหลุดรอดไปได้จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งในด้านความมั่นคงและภาพลักษณ์ของประเทศ
“การจับกุมครั้งนี้คือการตัดวงจรการค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ป.ป.ส. และหน่วยงานความมั่นคงจะร่วมกันสืบสวนหาตัวนายทุนผู้สั่งการมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมายและมาตรการยึดทรัพย์ควบคู่กันไป เพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล” เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย
ข้อหาหนัก
ผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ถูกแจ้งข้อหาหนัก:
“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไป”
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพื่อล่านายทุนใหญ่และผู้เกี่ยวข้องที่ยังหลบหนี เพื่อปิดฉากเครือข่ายนี้อย่างสมบูรณ์




